รองฯ “เดช” ลงพื้นที่เจ้าพระยา ติดตามสถานการณ์น้ำใกล้ชิด ลดผลกระทบประชาชน

วันนี้ (26 กันยายน 2569) ณ สำนักงานชลประทานที่ 12 จังหวัดชัยนาท นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ตามข้อสั่งการของนายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมร่วมประชุมผ่านระบบ VDO Conference กับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอธิบดีกรมชลประทาน เพื่อรับทราบสถานการณ์น้ำล่าสุดและแนวทางการบริหารจัดการน้ำในระยะต่อไป โดยมี นายสงกรานต์ ชลอศรีทอง ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 นายศุภเกียรติ เมฆสินธุ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมติดตามสถานการณ์

นายสุริยะ กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีความห่วงใยต่อความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชน โดยกำชับกรมชลประทานเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และแนวโน้มสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้ทันต่อสถานการณ์ โดยให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน พื้นที่การเกษตร และพื้นที่เศรษฐกิจ

พร้อมเร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัย ด้วยการระดมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ ควบคู่กับการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ทั้งลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบนและระบบชลประทานฝั่งตะวันออก–ตะวันตก เพื่อช่วยกระจายน้ำและลดปริมาณน้ำในลำน้ำสายหลัก รวมถึงเร่งกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ ตรวจสอบความพร้อมของอาคารชลประทาน ประตูระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำ ตลอดจนสื่อสารและแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ด้าน นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,827 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่แม่น้ำสะแกกรัง บริเวณสถานี Ct.19 จังหวัดอุทัยธานี มีปริมาณน้ำ 159 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประกอบกับน้ำจากพื้นที่ด้านข้างที่ไหลลงสู่บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ส่งผลให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

กรมชลประทานจึงปรับแผนการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยตั้งแต่เวลา 09.00 น. วันนี้ ทยอยเพิ่มการระบายน้ำจาก 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 1,950 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ภายในเวลา 14.00 น. และคงอัตราดังกล่าว พร้อมติดตามระดับน้ำทั้งเหนือและท้ายเขื่อนอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับการบริหารจัดการให้เหมาะสมกับสถานการณ์

สำหรับพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่ได้รับผลกระทบ สำนักงานชลประทานที่ 12 ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำแล้ว 56 เครื่อง และเดินเครื่องอย่างเต็มศักยภาพตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเร่งระบายน้ำและลดระยะเวลาน้ำท่วมขัง พร้อมแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง รวมถึงประชาชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และแม่น้ำท่าจีน ให้ติดตามสถานการณ์และเตรียมพร้อมรับมือหากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น

ภายหลังการประชุม นายเดช พร้อมคณะ ลงพื้นที่บริเวณประตูระบายน้ำมโนรมย์ และพื้นที่ได้รับผลกระทบในตำบลศิลาดาน อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท เพื่อตรวจสอบสถานการณ์จริง ติดตามการบริหารจัดการน้ำและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมรับฟังปัญหาและผลกระทบในพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลมาปรับแผนการบริหารจัดการน้ำและช่วยเหลือประชาชนให้สอดคล้องกับสถานการณ์

ทั้งนี้ กรมชลประทานยังคงติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมปรับการบริหารจัดการน้ำตามสภาพน้ำท่าอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ควบคู่กับการแจ้งเตือนล่วงหน้า และระดมเครื่องจักร เครื่องมือ และเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือพื้นที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด


image รูปภาพ
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar