(26 ก.ย. 69) เวลา 10.20 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุมทางไกลติดตามสถานการณ์น้ำในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ก่อนเตรียมเดินทางกลับประเทศไทย
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า แม้อยู่ระหว่างภารกิจต่างประเทศ แต่มีความเป็นห่วงประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จึงขอประชุมกับทุกหน่วยทันทีเพื่อรับทราบสถานการณ์และติดตามการทำงานโดยตรง โดยย้ำว่าการแก้ปัญหาในกรุงเทพฯ ต้องไม่ถูกมองว่าเป็นหน้าที่ของ กทม.เพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นภารกิจร่วมของรัฐบาลและทุกหน่วยงาน
“ห้ามมีคำว่าตรงนี้เป็นเรื่องของท่านผู้ว่าฯ ต้องเป็นเรื่องของทุกคน ต้องเป็นเรื่องของการทำงานร่วมกันทุกหน่วยงาน และขอย้ำเป้าหมายให้ความเดือดร้อนของประชาชนได้รับการแก้ไขและคลี่คลายเร็วที่สุด
”นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายอนุทินกำชับว่า สถานการณ์ครั้งนี้มีทั้งฝนปริมาณมาก น้ำสะสม น้ำจากตอนบน และข้อจำกัดของระบบระบายน้ำ จึงต้องบริหารเป็นระบบเดียว ใช้ข้อมูลชุดเดียวในการตัดสินใจ เชื่อมการทำงานของหน่วยงานด้านอากาศ น้ำ สาธารณภัย ชลประทาน คมนาคม ความมั่นคง กรุงเทพมหานคร และจังหวัดโดยรอบ ไม่ปล่อยให้แต่ละหน่วยแก้ปัญหาแยกส่วน
พร้อมสั่งเตรียมการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางล่วงหน้า ทั้งผู้สูงอายุ ผู้ป่วย เด็ก และประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ให้พร้อมทั้งอาหาร น้ำดื่ม ถุงยังชีพ ศูนย์พักพิง เครื่องมือ เครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และกำลังเจ้าหน้าที่ โดยย้ำว่าความช่วยเหลือต้องถึงประชาชนทันเวลา
นายกรัฐมนตรียังสั่งเปิดพื้นที่ของหน่วยงานรัฐและระบบขนส่งที่สามารถรองรับได้ ให้ประชาชนนำรถที่เสี่ยงได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเข้าไปจอดโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย พร้อมจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและบริหารพื้นที่จอดรถให้เป็นระบบ ไม่กระทบต่อภารกิจปกติของหน่วยงาน
นายอนุทิน กล่าวว่า ในด้านงบประมาณ หากกรุงเทพฯ หรือจังหวัดใดมีวงเงินไม่เพียงพอต่อการรับมือและช่วยเหลือประชาชน ให้เร่งประสานขยายวงเงินทันที โดยสามารถสำรองดำเนินการในภารกิจจำเป็นก่อนได้ และรัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณรองรับภายหลัง เพื่อไม่ให้ขั้นตอนทางการเงินเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการในที่ประชุม ให้รัฐมนตรีและผู้รับผิดชอบทุกฝ่ายลงพื้นที่ทันที ไม่ต้องรอให้นายกรัฐมนตรีเดินทางกลับถึงประเทศไทย โดยให้ผู้รับผิดชอบสถานการณ์ภาคกลางสามารถประสานทุกหน่วยงานและตัดสินใจได้เต็มที่
“อย่ารออีก 12 ชั่วโมงผมกลับถึง อาจจะมีเหตุการณ์อะไรขึ้นมา ขอให้ดำเนินการทุกอย่างและขอให้รัฐมนตรีที่มีพื้นที่รับผิดชอบให้ไปอยู่กับประชาชนและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ไม่ต้องรอสั่งการจากส่วนกลาง ” นายอนุทิน กล่าว
นายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้ ปภ.ระดมกำลังครอบคลุมทุกพื้นที่ ประสานหน่วยกู้ภัยและให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ในแต่ละจังหวัด ขณะที่กรุงเทพมหานครให้ผู้ว่าฯ กทม.และทีมเป็นหน่วยหลัก โดยส่วนกลางต้องพร้อมส่งกำลัง อุปกรณ์ และทรัพยากรสนับสนุนทันทีตามความต้องการ
นายอนุทิน กล่าวว่า ในส่วนของระบบสาธารณูปโภคให้เตรียมพร้อมทั้งไฟฟ้า ประปา และสถานพยาบาล โดยเฉพาะกำลังช่าง เครื่องปั่นไฟ การซ่อมระบบและหม้อแปลง ตลอดจนแผนรองรับกรณีจำเป็นต้องตัดไฟบางพื้นที่ เพื่อไม่ให้ปัญหาสาธารณูปโภคซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน
ในเรื่องการแจ้งเตือน นายกรัฐมนตรีกำชับให้ใช้ Cell Broadcast และระบบ Extreme Alert ตามความจำเป็น พร้อมสั่งให้การสื่อสารกับประชาชนลดศัพท์เทคนิค ใช้ภาษาตรงไปตรงมา บอกให้ชัดว่าพื้นที่ใดเสี่ยง เมื่อใดต้องระวัง และควรปฏิบัติตัวอย่างไร โดยข้อมูลจากภาครัฐต้องเป็นข้อมูลชุดเดียว เพื่อลดความสับสน
นายอนุทิน ยังให้พิจารณาการทำงานแบบ Work from Home อย่างยืดหยุ่นในพื้นที่ที่การเดินทางได้รับผลกระทบ พร้อมย้ำหลักการทำงาน 3 ข้อ คือ ข้อมูลต้องแม่นยำ ความช่วยเหลือต้องรวดเร็ว และต้องไม่ปล่อยให้ประชาชนรับมือกับภัยเพียงลำพัง
ส่วนการบริหารน้ำ นายกรัฐมนตรีกำชับให้กรมชลประทานและ กทม.เชื่อมการทำงานในระดับปฏิบัติอย่างใกล้ชิด ทั้งการสูบระบาย การผันน้ำ และการระบายออกสู่ทะเล โดยห้ามแก้ปัญหาพื้นที่หนึ่งแล้วผลักภาระไปให้อีกจังหวัดหนึ่ง พร้อมย้ำว่าต้องดูทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ และพื้นที่เศรษฐกิจเป็นระบบเดียวกัน
“พวกเราทุกคนคือหนึ่งเดียวกัน เป็นทีมไทยแลนด์ ไม่แยกกระทรวง ไม่แยกระบบการบริหาร ลำดับแรกคือประชาชนรัฐบาลพร้อมสนับสนุนทุกหน่วยอย่างเต็มที่ จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ” นายกรัฐมนตรีกล่าว
สำหรับแนวโน้มสถานการณ์ กรมอุตุนิยมวิทยาได้รายงานในที่ประชุมประเมินว่า ฝนยังมีโอกาสตกหนักในบางพื้นที่ช่วงวันที่ 26 ก.ย. ก่อนมีแนวโน้มลดความรุนแรงลงในวันถัดไป ขณะที่กรุงเทพฯ และพื้นที่ภาคกลางบางส่วนยังต้องใช้เวลาเร่งระบายน้ำและติดตามน้ำจากตอนบนอย่างใกล้ชิดต่ออีกระยะหนึ่ง