<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ทันข่าว]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/index/id/33</link>
<atom:link href="https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/index/id/33" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[ปภ. รายงานเหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.3 นอกชายฝั่งเมียนมา ไทยรับรู้แรงสั่นไหว 4 จังหวัด - ไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย กำชับจังหวัดติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/504065</link>
<guid isPermaLink="false">43842134d61684c3055d7d787ac7c1e9</guid>
<pubDate>Mon, 18 May 2026 15:41:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (18 พ.ค. 69) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานเหตุแผ่นดินไหวในทะเลขนาด 5.3 บริเวณใกล้ชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเมียนมา ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง กรุงเทพมหานคร และนนทบุรี รับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือน ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย เบื้องต้นไม่มีรายงานความเสียหายในพื้นที่</p>

<p>นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้รับรายงานจากกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา ว่าเมื่อเวลา 09.05 น. ของวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เกิดเหตุแผ่นดินไหวในทะเล ขนาด 5.3 ที่ความลึก 10 กิโลเมตร บริเวณใกล้ชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเมียนมา (ห่างจากกลุ่มรอยเลื่อนสะกายประมาณ 23 กิโลเมตร) ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ห่างจากประเทศไทยออกไปประมาณ 247 กิโลเมตร ทั้งนี้ ไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย</p>

<p>เบื้องต้นมีประชาชนสามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ใน 4 จังหวัด และยังไม่มีรายงานความเสียหาย ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ (อ.เมือง) จังหวัดลำปาง (อ.เมือง) จังหวัดนนทบุรี (อ.บางกรวย) รวมทั้งกรุงเทพมหานคร (เขตบางรัก บางพลัด ดอนเมือง ปทุมวัน สาทร คลองเตย จตุจักร ทุ่งครุ บางซื่อ ห้วยขวาง สีลม บางกอกน้อย ธนบุรี พระโขนง พญาไท หลักสี่ และภาษีเจริญ)</p>

<p>ทั้งนี้ ตามเกณฑ์การแจ้งเตือนเหตุแผ่นดินไหว ผ่านระบบ Cell Broadcast กรมอุตุนิยมวิทยา จะเป็นหน่วยงานแรกที่ทำการแจ้งประชาชน และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะแจ้งข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยให้ประชาชนทราบ โดยมีเกณฑ์ที่จะทำการแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast ดังนี้ กรณีเกิดแผ่นดินไหวบนบกในประเทศ: ขนาดตั้งแต่ 4.0 ขึ้นไป ,เกิดแผ่นดินไหวบนบกในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้: ขนาดตั้งแต่ 6.0 ขึ้นไป และเกิดแผ่นดินไหวในทะเลอันดามัน: ขนาดตั้งแต่ 7.0 ขึ้นไป</p>

<p>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานกำชับให้จังหวัดติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนให้ทราบสถานการณ์เพื่อลดความตื่นตระหนก รวมถึงแนวทางการปฏิบัติตนให้ปลอดภัย และการให้ความช่วยเหลือของหน่วยงานราชการ ส่วนบริเวณใดได้รับผลกระทบให้สำรวจความเสียหาย และให้ความช่วยเหลือตามระเบียบหลักเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนด</p>

<p>ท้ายนี้ ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารแจ้งเตือนภัยที่แอปพลิเคชัน &ldquo;THAI DISASTER ALERT&rdquo; และแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือทางไลน์ &ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ1784&rdquo; รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiochumphae.prd.go.th/th/file/get/file/20260518ecb980b95fe6ded70ae92e2e4406e1b4154134.jpg' type='image/jpg' length='74564' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ปภ. แจ้ง 6 จังหวัดภาคกลาง และ กทม. เฝ้าระวังสถานการณ์ น้ำทะเลหนุนสูงช่วงวันที่ 17 – 24 พ.ค. 69]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/503854</link>
<guid isPermaLink="false">9cb377315a9248b6d51e46888913a9e1</guid>
<pubDate>Mon, 18 May 2026 08:49:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (15 พ.ค. 69) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้ง 6 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ รวมถึงกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง อาจส่งผลให้เกิดน้ำล้นตลิ่ง และระดับน้ำในแม่น้ำ/คลอง สูงขึ้นไหลท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนนอกคันกั้นน้ำ ในช่วงวันที่ 17 - 24 พฤษภาคม 2569 โดยให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมช่วยเหลือประชาชน และประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบกิจการริมน้ำ และประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด</p>

<p>นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะระดับน้ำ ประกอบกับกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ได้มีประกาศเรื่อง สภาวะระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณกองบัญชาการกองทัพเรือ ป้อมพระจุลจอมเกล้า และพื้นที่ใกล้เคียง ในวันที่ 17 - 24 พ.ค. 69 (ฉบับที่ 6/2569) ประกาศ ณ วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 แจ้งว่า</p>

<p>ช่วงวันที่ 17 - 24 พฤษภาคม 2569 เวลา 19.00 - 00.30 น. เป็นช่วงที่ระดับน้ำทะเลหนุนสูง และคาดว่าจะส่งผลให้ระดับน้ำล้นตลิ่ง และระดับน้ำในแม่น้ำ/คลองเพิ่มสูงขึ้น ประมาณ 1.80 - 1.90 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง ซึ่งสูงกว่าแนวน้ำวิกฤตประมาณ 0.10 - 0.20 เมตร อาจส่งผลให้เกิดสภาวะระดับน้ำล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ/คลอง รวมถึงชุมชนนอกคันกั้นน้ำ และบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร</p>

<p>โดยพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง ระหว่างวันที่ 17 - 24 พฤษภาคม 2569 ในพื้นที่ภาคกลาง ประกอบด้วย จังหวัดปทุมธานี (อำเภอเมืองปทุมธานี และอำเภอสามโคก) จังหวัดนนทบุรี (อำเภอเมืองนนทบุรี ปากเกร็ด และอำเภอบางกรวย) จังหวัดนครปฐม (อำเภอบางเลน นครชัยศรี และอำเภอสามพราน) จังหวัดสมุทรสาคร (ทุกอำเภอ) จังหวัดสมุทรสงคราม (ทุกอำเภอ) และจังหวัดสมุทรปราการ (อำเภอเมืองสมุทรปราการ พระสมุทรเจดีย์ พระประแดง และอำเภอบางบ่อ) รวมทั้งกรุงเทพมหานคร</p>

<p>กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสานแจ้ง 6 จังหวัดในภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงดังกล่าว โดยกำชับให้ติดตามสถานการณ์ สภาวะระดับน้ำ และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด และประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า โดยเฉพาะภาคเอกชนที่ประกอบกิจการในแม่น้ำ/คลอง เช่น งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร รวมถึงจัดเตรียมเครื่องมือเครื่องจักรกลสาธารณภัยและทีมปฏิบัติการให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทันที</p>

<p>ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด ตลอดจนเตรียมยกของขึ้นที่สูง ตรวจสอบปลั๊กและอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อยู่ในระดับที่พ้นจากน้ำป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากกระแสไฟฟ้ารั่ว และและสามารถติดตามประกาศการแจ้งเตือนภัยที่แอปพลิเคชัน &ldquo;THAI DISASTER ALERT&rdquo; และสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ &ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ1784&rdquo; รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiochumphae.prd.go.th/th/file/get/file/20260518e9b79ce64ffc36d14c3a0eb3301d28f7084920.jpg' type='image/jpg' length='62483' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หยุดแชร์! รัฐบาลขอความร่วมมืองดส่งต่อภาพ "ศพ-คนเจ็บ" เหตุรถไฟชนรถเมล์ หวั่นซ้ำเติมญาติผู้สูญเสีย]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/503880</link>
<guid isPermaLink="false">0040ff7e79cc93ba335ccd63c2ec90dd</guid>
<pubDate>Sun, 17 May 2026 09:18:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (17 พฤษภาคม 2569) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า รัฐบาลแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากกรณีอุบัติเหตุรถโดยสารประจำทางของ ขสมก. ชนกับรถไฟบริเวณแยกมักกะสัน กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต และดูแลผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่</p>

<p>รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชนงดเผยแพร่หรือส่งต่อภาพผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต และภาพเหตุการณ์รุนแรงจากอุบัติเหตุหรือเหตุสะเทือนขวัญต่าง ๆ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ขอย้ำว่าการแชร์ภาพลักษณะดังกล่าว แม้อาจเกิดจากความตั้งใจในการแจ้งข่าวสารหรือเตือนภัย แต่สามารถส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของครอบครัว ญาติผู้สูญเสีย รวมถึงผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ได้อย่างรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ทุกฝ่ายยังอยู่ในภาวะตกใจและโศกเศร้า</p>

<p>&ldquo;ภาพความรุนแรงอาจสร้าง &ldquo;บาดแผลทางใจซ้ำ&rdquo; หรือกระตุ้นความเครียด ความเศร้า ความหวาดกลัว และอาการสะเทือนใจให้เกิดขึ้นอีกครั้ง ทั้งในกลุ่มผู้ประสบเหตุโดยตรง ญาติพี่น้อง เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปที่ได้รับชมภาพเหล่านั้นผ่านออนไลน์ นอกจากนี้ การเผยแพร่ภาพผู้เสียชีวิตหรือผู้ได้รับบาดเจ็บโดยเห็นใบหน้า ร่างกาย หรือข้อมูลระบุตัวตน ยังถือเป็นเรื่องที่กระทบต่อสิทธิส่วนบุคคลและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ประสบเหตุและครอบครัว&rdquo; นางสาวพลอยทะเล ย้ำ</p>

<p>รัฐบาลขอความร่วมมือใช้วิจารณญาณก่อนโพสต์หรือแชร์ข้อมูล โดยหากมีความจำเป็นต้องนำเสนอข่าว ควรเลือกใช้ภาพที่เหมาะสม เช่น ภาพมุมกว้าง ภาพบรรยากาศ หรือภาพที่ผ่านการเบลอใบหน้าและข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมหลีกเลี่ยงการลงรายละเอียดที่อาจสร้างความสะเทือนใจเกินจำเป็น ขณะเดียวกัน สิ่งที่ควรส่งต่อมากกว่า คือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เช่น ช่องทางติดต่อฉุกเฉิน การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ การบริจาคเลือด หรือข้อมูลด้านความปลอดภัยที่ถูกต้อง<br />
ทั้งนี้ หากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ หรือผู้ติดตามข่าวสารรู้สึกเครียด วิตกกังวล หรือได้รับผลกระทบทางจิตใจ สามารถติดต่อสายด่วนสุขภาพจิต 1323 เพื่อขอรับคำปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164145">https://www.thaigov.go.th/th/news/164145</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiochumphae.prd.go.th/th/file/get/file/2026051806c19fee43f8a711d9d77886cae027a5091834.jpg' type='image/jpg' length='258668' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ดีอี เตือนข่าวปลอม คลิปเสียงนายกฯ สั่งการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ภายในต้นเดือนมิ.ย. สร้างความเข้าใจผิด - สับสนให้ ปชช.]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/503438</link>
<guid isPermaLink="false">6ce9a9fd70a095b913f34d11caeb869c</guid>
<pubDate>Fri, 15 May 2026 15:10:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน</p>

<p>ทั้งนี้ ในวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 161,247 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 10,463 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 10,462 ข้อความ และช่องทาง Line Official 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 17 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 5 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 2 เรื่องได้แก่</p>

<p>อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง คลิปเสียงนายกฯ สั่งการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ภายในต้นเดือนมิ.ย.</p>

<p>อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง ลงทะเบียนสินเชื่อออมสิน วงเงิน 50,000 บาท กู้ได้ทุกอาชีพ ผ่าน TikTok user1131756838807</p>

<p>อันดับที่ 3 ข่าวบิดเบือน เรื่อง พบการระบาดไวรัสฮันตาในไทย</p>

<p>อันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กรมทางหลวงชนบท เตรียมเปลี่ยนหลอดไฟถนนเป็น LED กว่า 800,000 ดวง ดวงละ 10,000 บาท</p>

<p>อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ก.ส. ร่วมกับ TTB เปิดมาตรการช่วยเหลือเงินกู้ฉุกเฉินเพื่อเกษตรกร ผ่อนสูงสุด 60 เดือน</p>

<p>อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ครีมกันแดดเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ</p>

<p>อันดับที่ 7 ข่าวจริง เรื่อง กยศ. ขยายเวลารับสมัครกิจกรรมเชิดชูคนดี ประจำปี 2569 ถึง 30 มิ.ย. 69</p>

<p>สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม เรื่อง &ldquo;คลิปเสียงนายกฯ สั่งการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ภายในต้นเดือนมิ.ย.&rdquo; กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันเป็น &ldquo;ข่าวปลอม&rdquo; เนื่องจากคลิปดังกล่าวถูกสร้างและตัดต่อโดย Ai ปัจจุบันยังไม่มีการหารือ หรือประกาศเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา แต่อย่างใด</p>

<p>อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง &nbsp;โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด</p>

<p>หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่<br />
| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com<br />
| Line ID: @antifakenewscenter<br />
| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand<br />
| X : @AFNCThailand<br />
| TikTok : @antifakenewscenter<br />
| IG : afnc_thailand/</p>

<p>-------------------------------------------------------------------</p>

<p>ข้อมูลจาก&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164097">https://www.thaigov.go.th/th/news/164097</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiochumphae.prd.go.th/th/file/get/file/2026051551abb4491331b561d38c1cd7abae0aba151026.jpg' type='image/jpg' length='198448' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[คกก.โรคติดต่อฯ เห็นชอบกำหนด "โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา" เป็นโรคติดต่ออันตราย สอบสวนโรคผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ใน 12 ชม. พร้อมแยกกักผู้สัมผัสเสี่ยงสูง]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/503275</link>
<guid isPermaLink="false">26cb90091b827be0229c78494edd7e78</guid>
<pubDate>Fri, 15 May 2026 11:11:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มอบ &quot;ปลัดสมฤกษ์&quot; นั่งหัวโต๊ะประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ มีมติเห็นชอบกำหนด &quot;โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา&quot; เป็นโรคติดต่ออันตราย ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ลำดับที่ 14 พร้อมกำหนดชื่อและอาการสำคัญ</strong></h3>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มอบ &quot;ปลัดสมฤกษ์&quot; นั่งหัวโต๊ะประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ มีมติเห็นชอบกำหนด &quot;โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา&quot; เป็นโรคติดต่ออันตราย ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ลำดับที่ 14 พร้อมกำหนดชื่อและอาการสำคัญ รวมถึงนิยามเฝ้าระวังทั้งผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค ผู้ป่วยเข้าข่าย และผู้ป่วยยืนยัน เมื่อพบต้องรายงานภายใน 3 ชั่วโมง และสอบสวนโรคใน 12 ชั่วโมง กักตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูงรวม 42 วัน</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; วันนี้ (15 พฤษภาคม 2569) ที่กรมควบคุมโรค &nbsp;นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มอบหมายให้ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2569 โดย นพ.สมฤกษ์กล่าวว่า หลังจากการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่มีมติให้กรมควบคุมโรคดำเนินการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดโรคติดเชื้อไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่ออันตรายตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 เพื่อรองรับการดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคตามกฎหมายได้อย่างเหมาะสมกับระดับความเสี่ยงและทันต่อสถานการณ์ ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 มีการประชุมคณะผู้เชี่ยวชาญพิจารณากำหนดโรคติดเชื้อไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่ออันตราย ซึ่งได้มีมติเห็นควรให้กำหนดเป็นโรคติดต่ออันตราย เนื่องจากเป็นโรคที่มีความรุนแรงสูง สามารถแพร่ผ่านละอองฝอยทางเดินหายใจ บางชนิดแพร่จากคนสู่คนได้ และเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความกังวล โดยให้ครอบคลุมทั้งกลุ่มอาการทางระบบทางเดินหายใจ (Hantavirus Pulmonary Syndrome) และกลุ่มอาการทางไต (Hemorrhagic Fever with Renal Syndrome)</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นพ.สมฤกษ์กล่าวต่อว่า วันนี้ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย (ฉบับที่...) พ.ศ. ... (กรณีโรคติดเชื้อไวรัสฮันตา) ซึ่งจะเพิ่มโรคติดเชื้อไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่ออันตรายลำดับที่ 14 เพื่อให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อมีอำนาจตามกฎหมาย<br />
&nbsp;ในการสอบสวนโรค การดำเนินการหรือออกคำสั่ง เช่น การแยกกักหรือกักกัน เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดชื่อและอาการสำคัญ ดังนี้ &quot;(14) โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus Disease) มีอาการไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย และอาจมีอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หรือถ่ายเหลวในรายที่มีอาการรุนแรงจะมีอาการไอ หายใจลำบาก มีภาวะปอดอักเสบ มีของเหลวคั่งในปอด มีภาวะช็อก ความดันโลหิตต่ำ มีอาการเลือดออกจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ไตวายเฉียบพลัน มีอาการระบบทางเดินหายใจล้มเหลว และอาจถึงขั้นเสียชีวิต&quot;&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &quot;เกณฑ์ทางคลินิกของโรคติดเชื้อไวรัสฮันตา คือ ผู้ที่มีไข้มากกว่า 38 องศาเซลเซียส และมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่ หนาวสั่น ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หรือถ่ายเหลว ร่วมกับตรวจพบความผิดปกติอย่างน้อย 1 ข้อ แบ่งเป็นกลุ่มอาการไข้เลือดออกร่วมกับกลุ่มอาการทางไต (HFRS) ได้แก่ มีเลือดออกผิดปกติ ความดันโลหิตต่ำ หรือภาวะไตวายเฉียบพลัน หรือกลุ่มอาการทางเดินหายใจจากไวรัสฮันตา (HPS) ซึ่งเมื่อพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคจะต้องรายงานภายใน 3 ชั่วโมง และลงสอบสวนภายใน 12 ชั่วโมงหลังพบเหตุสงสัยในทุกระดับ ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจะมีมาตรการกักตัว 42 วันนับจากวันสัมผัสผู้ป่วยเข้าข่าย/ผู้ป่วยยืนยัน หากมีอาการให้ทำเสมือนผู้ป่วยสงสัยที่ต้องแยกกักและตรวจหาเชื้อ&quot; นพ.สมฤกษ์กล่าว</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สำหรับการยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค มัการดำเนินการ ดังนี้ 1. การเฝ้าระวัง เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวัง ณ ช่องทางเข้าออกประเทศ โดยกรมควบคุมโรค จะกำหนดนิยามผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) และวางแนวทางสอบสวนโรคทันที หากพบผู้ป่วยสงสัยในประเทศ รวมถึงกำหนดมาตรการ กักตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูง (High-risk contacts) &nbsp;เป็นเวลา 42 วัน นับจากวันที่สัมผัสผู้ป่วยครั้งสุดท้าย โดยมีเจ้าหน้าที่ติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง &nbsp;2. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ พัฒนาระบบห้องปฏิบัติการ โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์วางแนวทางเก็บและส่งตรวจตัวอย่าง เพื่อตรวจยืนยันและแยกเชื้อได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ &nbsp;3. การรักษาพยาบาล กรมการแพทย์ จัดทำแนวทางเวชปฏิบัติในการดูแลรักษาผู้ป่วย พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันการติดเชื้อภายในสถานพยาบาลทุกแห่ง และ 4. กลไกระดับพื้นที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาลทั่วประเทศ ดำเนินการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดย กำหนดให้หน่วยบริการที่พบผู้ป่วยสงสัย ต้องรายงานข้อมูลภายใน 3 ชั่วโมง พร้อมทั้งทบทวนแนวทางการรักษา และสื่อสารความเสี่ยงให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบทันที</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &quot;ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจในระบบเฝ้าระวังของกระทรวงสาธารณสุข และขอความร่วมมือหากพบผู้ที่มีประวัติสัมผัสสัตว์ฟันแทะหรือเดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง และมีอาการไข้สูง หายใจลำบาก ให้รีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการเดินทางทันที เพื่อการวินิจฉัยที่รวดเร็วและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&quot; นพ.สมฤกษ์กล่าว</p>

<p>ข้อมูลจาก&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164081">https://www.thaigov.go.th/th/news/164081</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiochumphae.prd.go.th/th/file/get/file/2026051554248636e02657a2d3b972ef2b4b3712111159.jpg' type='image/jpg' length='247463' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานขนส่งทั่วประเทศ เปิดให้บริการอบรมและสอบใบอนุญาต ขับรถสำหรับผู้ขอใหม่ ทุกวันทำการจันทร์ - ศุกร์ เร่งอำนวยความสะดวกให้ประชาชนขอรับใบขับขี่ใหม่อย่างทั่วถึง]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/503272</link>
<guid isPermaLink="false">a00c460a39b9611b1b038e81def35bfc</guid>
<pubDate>Fri, 15 May 2026 11:07:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมทั้งนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เร่งอำนวยความสะดวกประชาชนให้สามารถขอรับใบอนุญาตขับรถ (ออกใหม่) ได้อย่างทั่วถึง รวดเร็ว เนื่องจากเป็นกระบวนการแรกในการคัดกรองผู้ซึ่งจะขับขี่รถทุกประเภท อันเป็นการส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัยให้กับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน จึงได้สั่งการให้สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ จัดให้มีการอบรมและทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถสำหรับผู้ขอใหม่ ให้สามารถดำเนินการได้ในทุกวันทำการ ตั้งแต่วันจันทร์ - ศุกร์ หรือในพื้นที่ที่มีปริมาณความต้องการขอรับใบอนุญาตฯ เป็นจำนวนมาก อาจพิจารณาขยายการให้บริการในวันเสาร์ - อาทิตย์ เป็นกรณีไป เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน นอกจากนี้ กำชับให้สำนักงานขนส่งทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคบริหารจัดการคิวการดำเนินการด้านใบอนุญาตขับรถอย่างมีประสิทธิภาพและดูแลประชาชนให้ได้รับบริการเป็นไปด้วยความรวดเร็ว</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>สำหรับขั้นตอนการขอรับใบอนุญาตขับรถ (ขอใหม่) จะมีขั้นตอนตั้งแต่การตรวจสอบเอกสารเข้าอบรม 5 ชั่วโมง ทดสอบสมรรถภาพ ทดสอบข้อเขียน และทดสอบขับรถ มีค่าธรรมเนียม สำหรับรถยนต์ 205 บาท และรถจักรยานยนต์ 105 บาท (รวมค่าคำขอ) ประชาชนผู้สนใจขอรับใบอนุญาตฯ จะต้องเตรียมหลักฐาน ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชนและใบรับรองแพทย์ ซึ่งสามารถจองคิวเข้ารับบริการล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือติดต่อด้วยตนเอง (Walk in) ณ สำนักงานขนส่ง ทั้งนี้ สำหรับการ Walk in เพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่ เนื่องจากมีขั้นตอนการอบรมภาคทฤษฎี 5 ชั่วโมง และห้องอบรมของสำนักงานขนส่งแต่ละแห่งมีจำนวนที่นั่งจำกัด จึงอาจไม่สามารถรองรับผู้ที่ Walk in ได้ทั้งหมดภายในวันเดียว อย่างไรก็ตาม ประชาชนที่ Walk in เข้ามาแล้ว สามารถจองคิวเพื่อเข้ารับการอบรมและทดสอบในวันอื่น ๆ ต่อไปได้ทันที</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>อธิบดี ขบ. กล่าวอีกว่า ขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเพจมิจฉาชีพแอบอ้างรับทำธุรกรรมด้านใบอนุญาตขับรถบนโลกออนไลน์โดยเด็ดขาด ซึ่งเสี่ยงสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารสำคัญส่วนบุคคล ย้ำว่าการทำธุรกรรมขอรับหรือต่อใบอนุญาตขับรถต้องมาติดต่อด้วยตนเองที่สำนักงานขนส่ง หรือโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการอนุญาตจาก ขบ. เท่านั้น หากมีข้อสงสัยในการรับบริการทำธุรกรรมกับ ขบ. สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วน ขบ. โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiochumphae.prd.go.th/th/file/get/file/2026051581e2d319e38d072183fb3b80df6ffb52110830.jpg' type='image/jpg' length='650231' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“รมว.ซาบีดา" เผยไทยปลื้มหนัง “9 วัดสู่สวรรค์" (9 Temples to Heaven) ได้รับคัดเลือกให้เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 79 ]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/503215</link>
<guid isPermaLink="false">ea0d10a2ec59cac7e8d578ad380bafd1</guid>
<pubDate>Fri, 15 May 2026 09:47:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&ldquo;รมว.ซาบีดา&rdquo; เผยไทยปลื้มหนัง &ldquo;9 วัดสู่สวรรค์&rdquo; (9 Temples to Heaven) ได้รับคัดเลือกให้เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 79 ในสาย Directors&rsquo; Fortnight ถือเป็นหนังไทยเรื่องแรก ในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ ที่ได้รับการคัดเลือกในสายนี้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และยังมีหนังสั้น เรื่อง หาอะไร? &ldquo;What Do You Seek in the Dark?&rdquo; เข้าฉายในสาย Critics&rsquo; Week พร้อมความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้แสดงศักยภาพ และขยายความร่วมมือด้านภาพยนตร์อย่างรอบด้าน</p>

<p>นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่ากระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยสู่เวทีระดับนานาชาติ โดยเข้าร่วม เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 79 (Cannes Film Festival 2026) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 - 23 พฤษภาคม 2026 ณ เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส</p>

<p>นางสาวซาบีดา กล่าวว่า ในครั้งนี้นับเป็นข่าวดีของวงการภาพยนตร์ไทยที่สร้างความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยมีภาพยนตร์ได้รับคัดเลือกเข้าฉายในสายสำคัญของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ จำนวน 2 เรื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยในระดับสากล ภาพยนตร์เรื่อง &ldquo;9 วัดสู่สวรรค์&rdquo; กำกับโดยนายสมพจน์ ชิตเกษรพงศ์ และมีนายอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล เป็นโปรดิวเซอร์ ได้รับคัดเลือกเข้าฉายในสาย Directors&rsquo; Fortnight ซึ่งเป็นสายสำคัญของเทศกาล ถือเป็นหนังไทยเรื่องแรกในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ (ถัดจากเรื่อง &ldquo;พลอย&rdquo; ในปี 2550) ที่ได้รับการคัดเลือกในสายนี้ ภาพยนตร์ &ldquo;9 วัดสู่สวรรค์&rdquo; เป็นภาพยนตร์ไทย แนว Road-trip Comedy ที่ผสมผสานความเชื่อ พิธีกรรม และความสัมพันธ์ของครอบครัว มีกำหนดเข้าฉายวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เวลา 18.00 &ndash; 20.00 น. ณ Ruya Cannes ทั้งนี้ ภาพยนตร์ &ldquo;9 วัดสู่สวรรค์&rdquo; ได้รับการสนับสนุนจากโครงการเงินอุดหนุนสนับสนุนการผลิตภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ สารคดี และแอนิเมชันไทย เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและส่งเสริม Soft Power ไทย ของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ถือเป็นความสำเร็จสำคัญของผู้สร้างภาพยนตร์ไทยรุ่นใหม่ในเวทีโลก สะท้อนให้เห็นว่า การสนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย โดยภาครัฐสามารถผลักดันผลงานไทยเข้าสู่เวทีนานาชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยังมีภาพยนตร์สั้น เรื่อง &ldquo;หาอะไร?&rdquo; (What Do You Seek in the Dark?) กำกับโดยนายทศพร เหรียญทอง ได้รับคัดเลือกเข้าฉายในสาย Critics&rsquo; Week ซึ่งถือเป็นภาพยนตร์สั้นไทยเรื่องแรกที่ได้รับเลือกเข้าฉายในสายดังกล่าว นับเป็นความสำเร็จของวงการภาพยนตร์ไทย และเป็นบทพิสูจน์ว่าประเทศไทยมีความสามารถ สร้างชื่อเสียงและสร้างความภาคภูมิใจบนเวทีโลก</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>นางสาวซาบีดา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรมยังได้ดำเนินกิจกรรมสร้างเครือข่ายระดับนานาชาติมากมาย อาทิ</p>

<p>1. กิจกรรม A Sit-down Lunch Talk เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้แทนจากประเทศไทยได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้แทนจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ หรือผู้ที่เคยถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย รวมถึง Buyer ที่เคยซื้อภาพยนตร์ไทย</p>

<p>2. กิจกรรม Producer Networking &ndash; Thai Cinema Showcase Cannes 2026 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ผลิต ผู้กำกับ นักลงทุน และผู้จัดจำหน่ายจากต่างประเทศ ได้พบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความร่วมมือทางธุรกิจร่วมกับผู้ประกอบการไทย โดยมีผู้แทนจาก 5 บริษัท ซึ่งมีโปรเจกต์ภาพยนตร์ศักยภาพสูงร่วมเสวนาเพื่อยกระดับภาพยนตร์ไทย ได้แก่ ผีเข้า (Possessed), โกฮัง หัวใจโกโฮม (Gohan), 9 วัดสู่สวรรค์ (9 Temples to heaven), ยันต์เทวา ท้าเดิมพัน (God Skin) และตัวแทน (1 After one)</p>

<p>3. กิจกรรมการสนับสนุนผู้กำกับภาพยนตร์สั้นไทยเข้าร่วมโครงการ Cinema de Demain</p>

<p>4. กิจกรรม Thai Pitching เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สร้างภาพยนตร์ไทยนำเสนอโครงการต่อผู้ลงทุนและพันธมิตรจากต่างประเทศ โดยมีภาพยนตร์ที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมกิจกรรม Thai Pitching จำนวน 3 เรื่อง ได้แก่ น้ำหนักของเถ้าธุลี (The Weigh of Ash) สันติคีรี (So Long, Maesalong) และ ดิ อะพ็อคคะลิพส์ อ๊อฟ บี (The Apocalypse of Bee) นอกจากนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรมร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และ M Studio ได้สนับสนุนให้ &ldquo;แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล&rdquo; หรือ แบมแบม GOT7 ในฐานะตัวแทนภาพยนตร์ไทยและนักแสดงจากภาพยนตร์สยองขวัญฟอร์มยักษ์แห่งปี &ldquo;คำสารภาพของหมอผี&rdquo; (The Confession of Shaman) เข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ครั้งที่ ๗๙ ในครั้งนี้ด้วย โดยแบมแบม จะเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ การเดินพรมแดงพาลส์ เดส์ เฟสติวาล (Palais des Festivals), กิจกรรม A Sit-down Lunch Talk, พิธีเปิดคูหาประเทศไทย (Thai Pavilion) และกิจกรรม Thai Night ด้วย</p>

<p>&ldquo;การเข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ 2569 สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์และดิจิทัลคอนเทนต์ของไทยกำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ จากเดิมที่ประเทศไทยเป็นเพียงสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ ไปสู่การเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ ผู้สร้างทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และศูนย์กลางอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของภูมิภาค นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดัน Soft Power ไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ ในระยะต่อไป เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ประเทศไทยจะมุ่งผลักดันและให้ความสำคัญกับการพัฒนามาตรการจูงใจด้านการลงทุน การพัฒนาบุคลากรด้านภาพยนตร์และดิจิทัลคอนเทนต์ การสนับสนุนผู้สร้างภาพยนตร์ไทยรุ่นใหม่ และการสร้างเทศกาลภาพยนตร์ระดับนานาชาติของประเทศไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยในระยะยาว&rdquo; นางสาวซาบีดา กล่าว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiochumphae.prd.go.th/th/file/get/file/202605159076540d75320b5756d72c9f133d71e0094844.jpg' type='image/jpg' length='225798' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“อุตุฯ” ประกาศไทยเข้าฤดูฝน 15 พ.ค. “มหาดไทย” สั่งผู้ว่าฯ 54 จังหวัด รับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก 15 – 18 พ.ค. ช่วยเหลือประชาชน 24 ชม. ]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/503207</link>
<guid isPermaLink="false">d0693f46f02c75c708b2281410b649d2</guid>
<pubDate>Fri, 15 May 2026 09:43:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong><img alt="📌" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tac/1/16/1f4cc.png" width="16" />บทสรุป</strong></p>

<p>ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ภาพรวมปริมาณฝนรวมของประเทศคาดว่าจะน้อยกว่าปี 2568 และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติประมาณร้อยละ 10 ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนมิถุนายน ฝนจะเริ่มเพิ่มขึ้นและตกต่อเนื่องมากขึ้น จากนั้นในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม ปริมาณฝนจะลดลง ทำให้อาจเกิดฝนทิ้งช่วง ก่อนที่ฝนจะกลับมาตกชุกหนาแน่นอีกครั้งในช่วงเดือนสิงหาคม - กันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งในหลายพื้นที่ อีกทั้งยังต้องติดตามสถานการณ์ปรากฏการณ์เอลนีโญ&ndash;ลานีญา หรือ ENSO อย่างใกล้ชิด โดยมีแนวโน้มเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะเอลนีโญในช่วงครึ่งหลังของปี คาดว่าอาจมีพายุส่งผลกระทบไทยประมาณ 1-2 ลูก ในช่วงเดือนสิงหาคม - กันยายน โดยกรมอุตุนิยมวิทยาได้เปิด &ldquo;ศูนย์ติดตามฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน&rdquo; เพื่อติดตาม วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์อากาศอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังประกาศแจ้งเตือนประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ช่วงวันที่ 15 - 18 พฤษภาคม 2569 กระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัด 54 จังหวัด เตรียมพร้อมบุคลากร เครื่องจักรกลสาธารณภัย พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยอุทกภัย ประชาชนสามารถแจ้งเหตุหรือขอรับความช่วยเหลือ ผ่านสายด่วนนิรภัย 1784</p>

<p><strong><img alt="📌" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tac/1/16/1f4cc.png" width="16" />รายละเอียด</strong></p>

<p>(14 พ.ค. 69) ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 หลังจากตรวจพบว่าองค์ประกอบทางอุตุนิยมวิทยาเป็นไปตามเกณฑ์การเข้าสู่ฤดูฝนของประเทศไทย ประกอบด้วย ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกครอบคลุมมากกว่าร้อยละ 60 ของพื้นที่ ลมระดับล่างเปลี่ยนทิศเป็นลมตะวันตกเฉียงใต้ และลมระดับบนเปลี่ยนทิศเป็นลมฝ่ายตะวันออก โดยฤดูฝนของประเทศไทยเริ่มจากตอนบนต่อเนื่องไปจนถึงประมาณกลางเดือนตุลาคม ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันออกจะยังคงมีฝนตกต่อเนื่องไปจนถึงเดือนธันวาคม 2569 สำหรับภาพรวมฤดูฝนปีนี้คาดว่าปริมาณฝนรวมของประเทศจะน้อยกว่า</p>

<p>ปี 2568 และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติประมาณร้อยละ 10 โดยช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนมิถุนายน ฝนจะเริ่มเพิ่มขึ้นและตกต่อเนื่องมากขึ้น โดยเฉพาะภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกที่มีโอกาสเกิดฝนตกหนักบางแห่ง จากนั้นในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม ปริมาณฝนและการกระจายตัวของฝนอาจลดลง ทำให้หลายพื้นที่มีโอกาสเกิดฝนทิ้งช่วง โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน ก่อนที่ฝนจะกลับมาตกชุกหนาแน่นอีกครั้งในช่วงเดือนสิงหาคม - กันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งในหลายพื้นที่</p>

<p>ขณะเดียวกันยังได้ติดตามสถานการณ์ปรากฏการณ์เอลนีโญ-ลานีญา หรือ ENSO อย่างใกล้ชิด โดยปัจจุบันยังอยู่ในสภาวะเป็นกลาง (ENSO Neutral) แต่มีแนวโน้มเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะเอลนีโญในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งอาจส่งผลให้ประเทศไทยมีปริมาณฝนน้อยกว่าค่าปกติ และอุณหภูมิสูงกว่าค่าปกติเล็กน้อย แม้ว่าภาพรวมปริมาณฝนทั้งปีจะมีแนวโน้มน้อยกว่าปกติ แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักเป็นระยะจากอิทธิพลของมรสุมและหย่อมความกดอากาศต่ำ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และกระทบต่อพื้นที่การเกษตรในหลายพื้นที่ ส่วนแนวโน้มพายุหมุนเขตร้อนปีนี้ คาดว่าอาจมีพายุเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยหรือส่งผลกระทบประมาณ 1&ndash;2 ลูก โดยมีแนวโน้มเกิดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม - กันยายน และอาจส่งผลกระทบต่อบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออก เฉียงเหนือเป็นหลัก โดยกรมอุตุนิยมวิทยาได้เปิด &ldquo;ศูนย์ติดตามฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน&rdquo; เพื่อติดตาม วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์อากาศอย่างใกล้ชิดในช่วงวันที่ 15-18 พฤษภาคม 2569 แจ้งเตือนประชาชน บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก และเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อพืชผลทางการเกษตร ทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีคลื่นลมแรง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2&ndash;3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าว</p>

<p>ด้านนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามการคาดการณ์สภาวะอากาศ และพื้นที่เสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขังและดินโคลนถล่ม พร้อมด้วย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมทรัพยากรธรณี กรมทรัพยากรน้ำ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)</p>

<p>นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้มีข้อสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 54 จังหวัด ได้แก่ ภาคเหนือ 17 จังหวัด : แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และอุทัยธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12 จังหวัด : เลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ มุกดาหาร อำนาจเจริญ นครราชสีมา ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง 11 จังหวัด : กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ภาคใต้ 14 จังหวัด : ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล โดยผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะผู้อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดให้ดำเนินมาตรการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง และคลื่นลมแรง ที่อาจเกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ และแผนเผชิญเหตุที่ได้มีการซักซ้อมไว้ ให้จังหวัดตรวจสอบพื้นที่เขตชุมชน พื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจ และเส้นทางคมนาคมที่มักเกิดปัญหาน้ำท่วมขังเมื่อฝนตกหนัก เร่งเปิดทางน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำในลำน้ำคูคลอง เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝน และเพิ่มอัตราการระบายน้ำให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชุมชนและเขตเศรษฐกิจที่มีลักษณะคูเชื่อมแหล่งน้ำสาธารณะที่เชื่อมโยงกับทางน้ำหลัก เพื่อขยายพื้นที่ในการรองรับและลำเลียงน้ำลงสู่แม่น้ำสายต่าง ๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเตรียมความพร้อมบุคลากร วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัย ใช้ในการเผชิญเหตุให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่เสี่ยงภัยในแต่ละเขตพื้นที่ และติดตั้งเครื่องจักรกลฯ ในพื้นที่เสี่ยงภัยล่วงหน้า เตรียมแผนสำรองในการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการแก้ไขปัญหากรณีฉุกเฉินอื่น ๆ พร้อมทั้งให้สร้างการรับรู้ความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับแนวทางในการปฏิบัติเพื่อป้องกันเหตุที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์อุทกภัย ดินโคลนถล่มหรือวาตภัย ซึ่งมักก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทั้งการยกอุปกรณ์ไฟฟ้าขึ้นที่สูง การตัดกระแสไฟฟ้าในพื้นที่ที่น้ำท่วมถึง และสายด่วนรับแจ้งเหตุหรือขอรับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ทางเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ของจังหวัด ผ่านสายด่วนนิรภัย 1784 โดยกำชับเจ้าหน้าที่สแตนด์บายรับสายและประสานบูรณาการหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง และขอให้ประชาชนเชื่อฟังคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่และข้อปฏิบัติตามคำแนะนำของภาครัฐ เพื่อป้องกันความสูญเสียและผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชน</p>

<p>สำหรับพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง ให้อำเภอและท้องถิ่นจัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชน อปพร. และจิตอาสา ร่วมตรวจตรา เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะในเขตชุมชน สถานศึกษา และคอยให้ความช่วยเหลือ แจ้งเตือนประชาชนที่สัญจรผ่านบริเวณดังกล่าว และให้เตรียมแผนสำรองในการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ</p>

<p>การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สถานีตำรวจ หน่วยทหาร ประชาชนจิตอาสา เพื่อรองรับการแก้ไขปัญหากรณีฉุกเฉินอื่น ๆ อาทิ กรณีเกิดฝนตกหนักจนส่งผลให้ไฟฟ้าดับ เครื่องสูบน้ำเกิดการขัดข้องในชั่วโมงเร่งด่วน</p>

<p>นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เน้นย้ำว่า การเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ได้ให้ศูนย์ ปภ. เขต ซึ่งตั้งอยู่ครอบคลุมในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เตรียมพร้อมสนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัยแก่จังหวัดให้ทั่วถึง โดยให้วางแผนติดตั้งเครื่องจักรกลด้านอุทกภัยในพื้นที่เสี่ยงเป็นการล่วงหน้าให้เหมาะกับสภาพความเสี่ยงของพื้นที่ อาทิ เครื่องสูบน้ำสมรรถนะสูง เรือท้องแบน และร่วมกับจังหวัดเฝ้าระวังติดตามสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนการสนับสนุนการปฏิบัติงานในการเผชิญเหตุให้สอดคล้องกับสถานการณ์และลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุด</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiochumphae.prd.go.th/th/file/get/file/20260515e5b016de8449240dd4a2e3679b15bdf6094405.jpg' type='image/jpg' length='51455' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“นิกร” รมว.พม. นำคณะผู้แทนไทย เตรียมร่วมเวทีเอเปคด้านสตรีและเศรษฐกิจ 2569 ชูบทบาทไทย หนุนพลังสตรีขับเคลื่อนเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/503111</link>
<guid isPermaLink="false">d3ec1b96e79e9f3d75ace83b527c9117</guid>
<pubDate>Thu, 14 May 2026 16:55:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 14 พฤษภาคม 2569&nbsp;<strong>นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.)&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบการเข้าร่วมประชุมเอเปคด้านสตรีและเศรษฐกิจ ประจำปี 2569 (2026 APEC Women and the Economy Forum : WEF) ภายใต้หัวข้อ &quot;การเสริมพลังสตรีในทางเศรษฐกิจ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (Promoting Women&#39;s Economic Empowerment to Prosper Together in the Asia-Pacific)&quot; ระหว่างวันที่ 15 - 16 พ.ค. 2569 ณ ศูนย์การประชุม Shanghai Expo Center นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยวันพรุ่งนี้ (15 พ.ค. 69) ตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมเอเปคด้านสตรีและเศรษฐกิจ ประจำปี 2569 ซึ่งประเทศไทยมีความพร้อมในการส่งเสริมบทบาทของสตรีในฐานะกลไกสำคัญและผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เพื่อการพัฒนาภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกอย่างยั่งยืน</p>

<p><strong>นายนิกร</strong>&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมเอเปคด้านสตรีและเศรษฐกิจ ประจำปี 2569 (2026 APEC Women and the Economy Forum : WEF) เป็นกลไกการทำงานสำคัญของเอเปค (Asia-Pacific Economic Cooperation: APEC) ซึ่งเป็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยมีการประชุมที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1) การประชุมหุ้นส่วนเชิงนโยบายด้านการเพิ่มการมีส่วนร่วมของสตรีในระบบเศรษฐกิจ (Policy Partnership on Women and the Economy : PPWE) เป็นการประชุมระดับคณะทำงานที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยประสานงานกลางเพื่อบูรณาการมิติเพศภาวะ (Gender Mainstreaming) และกำหนดการประชุมระดับสูง 2) การประชุมระหว่างภาครัฐและเอกชนด้านสตรีและเศรษฐกิจ (Public Private Dialogue on Women and the Economy : PPDWE) เป็นการประชุมเพื่อมาหารือและวางนโยบายร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อส่งเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจของสตรี และ 3) การประชุมระดับสูงสำหรับผู้กำหนดนโยบายด้านสตรีและเศรษฐกิจ (High level Policy Dialogue on Women and the Economy: HLPDWE) เป็นการประชุมระดับรัฐมนตรีเพื่อหารือและกล่าวถ้อยแถลงเกี่ยวกับนโยบายและการดำเนินงานส่งเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจของสตรี ทั้งนี้ การประชุมทั้งหมด จัดโดยหุ้นส่วนเชิงนโยบายด้านการเพิ่มการมีส่วนร่วมของสตรีในระบบเศรษฐกิจ (Policy Partnership on Women and the Economy : PPWE)</p>

<p>ที่มา:&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164054">https://www.thaigov.go.th/th/news/164054</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiochumphae.prd.go.th/th/file/get/file/20260514c9ad124a3955637cfff723feeb06e4ac165544.jpeg' type='image/jpg' length='178452' />
</item>
<item>
<title><![CDATA["รมช.อัครนันท์" ลั่น! สถานศึกษาต้องเป็น Safe Zone ปลอดบุหรี่ไฟฟ้า 100% เล็งเพิ่มอำนาจครูกวดขัน-ย้ำ ศธ. ยุคใหม่ขับเคลื่อนจริงจังเพื่ออนาคตเด็กไทย]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/503109</link>
<guid isPermaLink="false">01e45ca7a6def9580d8802e3f3d06aed</guid>
<pubDate>Thu, 14 May 2026 16:52:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) รับข้อเสนอจากเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายครอบครัวปลอดบุหรี่ เครือข่ายสื่อสร้างสรรค์เพื่อการขับเคลื่อนสังคม เครือข่ายชุมชนลดปัจจัยเสี่ยง และมูลนิเด็ก เยาวชนและครอบครัว</h3>

<p>วันนี้ (14 พฤษภาคม 2569) นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) รับข้อเสนอจากเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายครอบครัวปลอดบุหรี่ เครือข่ายสื่อสร้างสรรค์เพื่อการขับเคลื่อนสังคม เครือข่ายชุมชนลดปัจจัยเสี่ยง และมูลนิเด็ก เยาวชนและครอบครัว กว่า 60 คน ที่มาแสดงจุดยืนต่อปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มนักเรียนนักศึกษา พร้อมทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ &ldquo;สถานศึกษาต้องปลอดบุหรี่ไฟฟ้า 100%</p>

<p>รมช.ศธ. กล่าวว่า เมื่อได้รับฟังข้อเสนอของเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยงฯ ทั้ง 4 ข้อ คือ 1. สร้างการตระหนักรู้ เท่าทันพิษภัยบุหรี่ไฟฟ้า และโทษของบุหรี่ไฟฟ้าทั้งสุขภาพร่างกายและโทษทางอาญา 2. สถานศึกษา สถานที่ทำงาน ต้องจัดให้มีเครื่องหมายแสดงให้เห็นชัดเจนว่า เป็นเขตปลอดบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า 3. สอดส่องดูแลป้องกันมิให้ผู้เรียนและบุคลากรเข้าไปเกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า ทั้งการสูบ จำหน่าย ครอบครอง หรือสนับสนุน 4. หากตรวจพบถูกร้องเรียน หรือน่าสงสัยว่าบุคลากรเกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัย ซึ่งผมยินดีรับข้อเสนอ พร้อมประกาศเดินหน้ายกระดับมาตรการกวดขันบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษาขั้นสูงสุด เพื่อปกป้องเยาวชนจากวงจรนักสูบหน้าใหม่ &nbsp;</p>

<p>&ldquo;กระทรวงศึกษาธิการภายใต้การนำของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศธ. มีความมุ่งมั่นที่จะกำจัดบุหรี่ไฟฟ้าให้พ้นจากโรงเรียน โดยตนจะทำหน้าที่ประสานงานร่วมกับ สพฐ. ตำรวจ และหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันในทุกมิติ เพราะปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าที่แพร่ระบาดเข้าสู่เด็กและเยาวชนนั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบด้านสุขภาพแก่ผู้สูบเท่านั้น แต่ยังทำร้ายคนรอบข้างอีกด้วย ศธ. ในฐานะด่านหน้าในการดูแลเยาวชน จะไม่ปล่อยผ่านปัญหานี้ไปอย่างแน่นอน เราจะให้อำนาจสถานศึกษาอย่างเต็มที่ในการกวดขันและตรวจสอบอย่างเข้มงวด&quot; รมช.ศธ. ระบุ</p>

<p>ประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี ศธ. : รายงาน<br />
14/5/2569</p>

<p>ที่มา:&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164051">https://www.thaigov.go.th/th/news/164051</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiochumphae.prd.go.th/th/file/get/file/202605143d30631c5d78e9ed14ea5e77889434fa165415.jpg' type='image/jpg' length='161433' />
</item>
</channel>
</rss>
