<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวภาครัฐ]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/index/id/39</link>
<atom:link href="https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/index/id/39" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ หารือเอกอัครราชทูตบังกลาเทศฯ เดินหน้าเชื่อมโยงคมนาคมทางเรือ–เที่ยวบิน และความมั่นคงทางอาหาร ผลักดันไทยเป็นสะพานเชื่อม ASEAN–BIMSTEC สร้างโอกาสและเสถียรภาพของภูมิภาค]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/503985</link>
<guid isPermaLink="false">1c3832c744316f4f1f0a7d926092cf3f</guid>
<pubDate>Mon, 18 May 2026 13:58:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569) เวลา 10.00 น. ณ ห้องทำงานนายกรัฐมนตรี ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายฟัยยาซ มูรชิด กาซี (H.E. Mr. Faiyaz Murshid Kazi) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในโอกาสพ้นจากหน้าที่ โดยภายหลังเสร็จสิ้น นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญของการหารือ ดังนี้</p>

<p>นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมเอกอัครราชทูตบังกลาเทศฯ ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมืออันใกล้ชิดระหว่างไทยกับบังกลาเทศตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง โดยมองความร่วมมือไทย&ndash;บังกลาเทศไม่เพียงในมิติทวิภาคี แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพของภูมิภาคในระยะยาว พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลของทั้งสองประเทศจะร่วมกันผลักดันความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นต่อไป</p>

<p>โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็นความสัมพันธ์และความร่วมมือที่สำคัญ ดังนี้</p>

<p>1. ด้านการค้าและการลงทุน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องการเริ่มต้นเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับบังกลาเทศ เพื่อส่งเสริมการค้า การลงทุน และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างกัน โดยมุ่งหวังให้เกิดความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น</p>

<p>2. ด้านการเชื่อมโยงโลจิสติกส์ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความสำคัญในการส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านการขนส่งระหว่างท่าเรือระนองของไทยกับท่าเรือจิตตะกองของบังกลาเทศ นอกจากนี้ ฝ่ายบังกลาเทศยังสนใจให้มีการเปิดเส้นทางบินตรงระหว่างจังหวัดเชียงใหม่กับเมืองจิตตะกอง เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการเดินทาง และการเชื่อมโยงระดับประชาชนของทั้งสองประเทศ</p>

<p>3. ด้านการท่องเที่ยว นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่ในปี 2568 ประเทศไทยให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวจากบังกลาเทศมากกว่า 140,000 คน และยืนยันความพร้อมในการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวชาวบังกลาเทศ ขณะที่ฝ่ายบังกลาเทศเน้นย้ำความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพที่สำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวชาวบังกลาเทศ</p>

<p>4. ด้านความมั่นคงทางอาหาร ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องการขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะในมิติการเกษตรและสาธารณสุข เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศและภูมิภาคอย่างยั่งยืน</p>

<p>5. ความร่วมมือด้านความมั่นคงและการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อผลสำเร็จของการจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านกลาโหมระหว่างไทยกับบังกลาเทศ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างสองประเทศให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ฝ่ายบังกลาเทศยังได้ชื่นชมความพยายามและผลการดำเนินงานของไทยในการปราบปรามแก๊งหลอกลวงออนไลน์และอาชญากรรมข้ามชาติ ขณะที่นายกรัฐมนตรียืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง</p>

<p>6. ความร่วมมือภายใต้กรอบ BIMSTEC นายกรัฐมนตรียืนยันการสนับสนุนการดำรงตำแหน่งประธาน BIMSTEC ของบังกลาเทศในช่วงปี 2568 &ndash; 2570 อย่างเต็มที่ โดยไทยพร้อมทำงานอย่างใกล้ชิดกับสมาชิกทุกประเทศ เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายร่วมกัน รวมถึงการผลักดัน &ldquo;วิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030&rdquo; (BIMSTEC Bangkok Vision 2030) ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม</p>

<p>นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า ไทยมองบทบาทของประเทศในฐานะ &ldquo;สะพานเชื่อม&rdquo; ระหว่าง ASEAN กับ BIMSTEC เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ การคมนาคม ห่วงโซ่อุปทาน และความมั่นคงของภูมิภาคในระยะยาว พร้อมเน้นย้ำว่าความร่วมมือภายใต้กรอบ BIMSTEC ไม่เพียงเป็นโอกาสของประเทศสมาชิกเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างเสถียรภาพ การเติบโตทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงร่วมกันของภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>

<p>ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวอวยพรและแสดงความยินดีที่เอกอัครราชทูตบังกลาเทศฯ ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใหม่ พร้อมเน้นย้ำการสานต่อความร่วมมือทวิภาคีไทย&ndash;บังกลาเทศ บนพื้นฐานความสัมพันธ์อันดีและวิสัยทัศน์ร่วมกันในการส่งเสริมความเชื่อมโยงและเสถียรภาพของภูมิภาค</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiochumphae.prd.go.th/th/file/get/file/20260518e4a84102b7b741da2d79e55ffdc86887135829.jpg' type='image/jpg' length='398357' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ หารือเอกอัครราชทูตเปรูฯ ในโอกาสอำลาตำแหน่ง ชื่นชมบทบาทกระชับสัมพันธ์ไทย–เปรู ครบรอบ 60 ปี เชื่อมโยงโลจิสติกส์และการค้า FTA ใกล้ปิดดีล]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/503924</link>
<guid isPermaLink="false">3f3f2faa49f38d74baa3e0a3b70f890c</guid>
<pubDate>Mon, 18 May 2026 11:13:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569) เวลา 09.00 น. ณ ห้องทำงานนายกรัฐมนตรี ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นางสาวเซซิเลีย ซูนิลดา กาลาร์เรตา บาซัน (H.E. Ms. Cecilia Zunilda Galarreta Baz&aacute;n) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเปรูประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่ออำลาในโอกาสพ้นหน้าที่</p>

<p>โดยนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญของการหารือ ดังนี้</p>

<p>นายกรัฐมนตรีและเอกอัครราชทูตเปรูฯ ได้หารือกันอย่างเป็นกันเอง โดยเอกอัครราชทูตเปรูแสดงความประทับใจต่อประเทศไทยและชื่นชมความร่วมมือที่ไทยมอบให้แก่เปรูมาโดยตลอด พร้อมทั้งกล่าวว่า ไทยและเปรูมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและความร่วมมือที่แน่นแฟ้นมาอย่างยาวนาน ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนในการยกระดับความสัมพันธ์ไทย&ndash;เปรู รวมทั้งกระชับความร่วมมือในหลากหลายมิติ</p>

<p>ประเด็นหลักในด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายต่างยินดีต่อความคืบหน้าในการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย&ndash;เปรู และหวังว่าจะสามารถเร่งรัดการเจรจาเพื่อให้มีการลงนามได้ภายในปีนี้</p>

<p>ด้านความมั่นคงทางอาหาร ทั้งสองฝ่ายต่างมองว่า ไทยและเปรูต่างเป็นประเทศที่มีศักยภาพด้านการเกษตร จึงเห็นพ้องว่ายังมีโอกาสขยายความร่วมมือระหว่างกันได้อีกมากในอนาคต โดยนายกรัฐมนตรีพร้อมยินดีให้ใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญเพื่อป้อนอาหารสู่เปรู รวมถึงภูมิภาคอเมริกาใต้</p>

<p>ด้านโลจิสติกส์ เอกอัครราชทูตเปรูฯ ได้กล่าวถึงโครงการท่าเรือชางไก (Chancay Port) ซึ่งประเทศไทยสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ โดยโครงการดังกล่าวจะช่วยเสริมการเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนส่งเสริมการเชื่อมโยงทางการค้าระหว่างอเมริกาใต้กับอาเซียน โดยมีประเทศไทยเป็นประตูสำคัญของภูมิภาค</p>

<p>ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณเอกอัครราชทูตเปรูฯ สำหรับการส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย&ndash;เปรู พร้อมอวยพรให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานต่อไป โดยย้ำว่าเอกอัครราชทูตฯ จะยังคงเป็นมิตรที่ดีของประเทศไทยเสมอ และยินดีต้อนรับกลับมาเยือนไทยในทุกโอกาส</p>

<p>ที่มา:&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164177">https://www.thaigov.go.th/th/news/164177</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiochumphae.prd.go.th/th/file/get/file/20260518f2404376dcf377e261d2f64c95c6e0d8111353.jpg' type='image/jpg' length='414093' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไทย-ยูเนสโก จับมือสร้างประวัติศาสตร์! ดัน ‘ชุดไทย’ สู่มรดกโลก พร้อมปักหมุดตั้ง ‘ศูนย์ AI ระดับภูมิภาค’ ยกระดับประเทศสู่สากล]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/503886</link>
<guid isPermaLink="false">8e52889588afce925b68055b9c5b681b</guid>
<pubDate>Mon, 18 May 2026 09:26:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมการพบปะหารือระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กับ นาย Khaled Ahmed El-Enany Ali Ezz ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ</h3>

<p>(วันที่ 15 พฤษภาคม 2569) เวลา 15.30 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมการพบปะหารือระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กับ นาย Khaled Ahmed El-Enany Ali Ezz ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ณ ห้องประชุมตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล</p>

<p>โดยนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำความพร้อมของประเทศไทย ในการทำงานร่วมกับยูเนสโกอย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันไทยในบทบาทเวทีโลก และสร้างโอกาสใหม่ให้กับประชาชน โดยประเด็นสำคัญ ได้แก่ การผลักดัน &ldquo;ชุดไทย&rdquo; ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก, การอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกทั้งทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของไทยอย่างต่อเนื่อง, เตรียมจัดตั้ง &ldquo;ศูนย์กลางธรรมาภิบาลด้าน AI&rdquo; ภายใต้ ETDA ร่วมกับยูเนสโก เพื่อเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ งานวิจัย และมาตรฐานด้าน AI ระดับภูมิภาคและระดับโลก และเตรียมจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติบุคคลสำคัญของไทยร่วมกับยูเนสโก เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจและคุณูปการสำคัญต่อประชาคมโลก</p>

<p>กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี ศธ. : รายงาน<br />
16/5/2569</p>

<p>ที่มา:&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164167">https://www.thaigov.go.th/th/news/164167</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiochumphae.prd.go.th/th/file/get/file/2026051865a2a27f8609cfd330d92c4bfffe1858092756.jpg' type='image/jpg' length='202809' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลเร่งปฏิรูปกฎหมายเศรษฐกิจ เปิดเอกชนร่วมชี้เป้ากฎหมายที่เป็นอุปสรรคเสนอรัฐต้น มิ.ย. เดินหน้าทบทวนกฎกระทรวงกว่า 7,000 ฉบับ]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/503869</link>
<guid isPermaLink="false">4444aadfb4050b3748d506b25e6b2ea9</guid>
<pubDate>Mon, 18 May 2026 09:06:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>ลดขั้นตอนซ้ำซ้อนต่อยอด BOI Fast Pass ดันลงทุนไตรมาส 1/69 โต แรง 18%</h3>

<p>น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปกฎหมายและกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภาครัฐ ลดต้นทุนที่เกิดจากขั้นตอนซ้ำซ้อน และสร้างสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการลงทุน โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย กำกับดูแลการดำเนินงานในส่วนนี้</p>

<p>น.ส.รัชดา กล่าวว่า แนวคิดสำคัญของรัฐบาลคือปรับบทบาทภาครัฐจากผู้ควบคุมไปเป็นผู้อำนวยความสะดวก ให้ธุรกิจดำเนินการได้คล่องตัวขึ้น โดยเฉพาะการแก้ปัญหาที่เกิดจากกฎหมายลำดับรอง ซึ่งแม้กฎหมายแม่บทจำนวนมากจะมีหลักการที่เหมาะสม แต่กฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศย่อยที่สะสมจำนวนมากในทางปฏิบัติ กลับกลายเป็นภาระและต้นทุนที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับ</p>

<p>ทั้งนี้ รัฐบาลจะเร่งทบทวนกฎหมายลำดับรองและกฎกระทรวงที่มีอยู่กว่า 7,000 ฉบับ เพื่อแยกว่าฉบับใดควรคงไว้ ปรับปรุง หรือยกเลิก หากยังมีความจำเป็นต้องกำกับดูแล ก็จะนำระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยลดขั้นตอน เพิ่มความโปร่งใส และลดการใช้ดุลพินิจที่ไม่จำเป็น</p>

<p>อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การปรับปรุงกฎหมายรวดเร็วขึ้นและตรงกับความต้องการของเอกชน ในการหารือกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) พร้อมคณะจากหลายองค์กร เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา &nbsp;นายปกรณ์ได้ให้ กกร. รวบรวมกฎหมายลำดับรองที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ โดยขอให้จัดลำดับเรื่องเร่งด่วน 10&ndash;20 ฉบับ พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขประกอบมาด้วย ซึ่งภาคเอกชนจะส่งข้อเสนอให้รัฐบาลในช่วงต้นเดือน มิ.ย.นี้ หลังจากนั้นรัฐบาลจะรับเรื่องเข้าสู่กระบวนการดำเนินงาน พร้อมตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อติดตามผลการแก้ไขกฎหมายเป็นรายเรื่อง เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติและมีกรอบเวลาที่ชัดเจน</p>

<p>น.ส.รัชดา กล่าวว่า รัฐบาลยังเดินหน้าผลักดันแนวคิด Super License หรือการใช้ใบอนุญาตเดียวครอบคลุมหลายกิจกรรม ลดภาระการขออนุญาตหลายครั้ง รวมถึงปรับแนวทางจากระบบรออนุญาตก่อนดำเนินการ ไปสู่ระบบตรวจสอบภายหลังในกิจการที่เหมาะสม เพื่อให้การดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับความเร็วของเศรษฐกิจปัจจุบัน ซึ่งการปรับปรุงระบบการอนุญาตที่เริ่มให้เห็นผลเป็นรูปธรรมในระยะที่ผ่านมาแล้วคือมาตรการ BOI Fast Pass ที่สามารถผลักดันให้เกิดการลงทุนให้เร็วขึ้น ส่งผลอย่างสำคัญให้ยอดการลงทุนในไตรมาสแรก ปี 2569 เติบโตได้ถึง 18%</p>

<p>ทั้งนี้ การปฏิรูปกฎหมายครั้งนี้ยังเป็นการต่อยอดจุดแข็งของไทยที่ผลสำรวจ Enterprise Surveys 2025 ของธนาคารโลกสะท้อนว่า ประเทศไทยมีพัฒนาการเชิงบวกด้านการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ ระบบดิจิทัล และประสิทธิภาพบริการภาครัฐ ซึ่งรัฐบาลต้องการยกระดับต่อไปให้ไทยเป็นประเทศที่แข่งขันได้ ลงทุนง่าย และมีกฎระเบียบที่สอดรับกับโลกเศรษฐกิจยุคใหม่</p>

<p>ที่มา:&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164161">https://www.thaigov.go.th/th/news/164161</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiochumphae.prd.go.th/th/file/get/file/20260518e916d28a9e45ec57079472c924fe8a3e090635.jpg' type='image/jpg' length='70849' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลคุมเข้มความปลอดภัยรถรับส่งนักเรียนทั่วประเทศ รับเปิดเทอมใหม่ ย้ำตรวจสภาพรถ–พัฒนาฐานข้อมูล–ยกระดับมาตรฐานการเดินทางของเด็กและเยาวชน]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/503863</link>
<guid isPermaLink="false">21d2b21cb612ae37db52c23fe64b6187</guid>
<pubDate>Mon, 18 May 2026 09:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (18 พฤษภาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยของเด็กและเยาวชนในการเดินทางไป&ndash;กลับสถานศึกษา ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรฐานรถรับส่งนักเรียนทั่วประเทศ สร้างความมั่นใจแก่ผู้ปกครอง และลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุบนท้องถนน รองรับการเปิดภาคการศึกษาใหม่ในห้วงเดือนพฤษภาคมนี้</p>

<p>รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบกเร่งดำเนินมาตรการตรวจสอบความพร้อมของรถรับส่งนักเรียนทั่วประเทศ โดยสั่งการให้สำนักงานขนส่งจังหวัดประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานศึกษาในการนำรถเข้าตรวจสอบสภาพ โดยเฉพาะระบบเบรก ซึ่งหากพบว่าไม่ผ่านมาตรฐาน จะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขก่อนนำกลับมาใช้งาน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่นักเรียนและผู้ใช้รถใช้ถนน</p>

<p>นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกยังได้ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการจัดทำฐานข้อมูลรถรับส่งนักเรียนผ่านเว็บไซต์ schoolbussafety.dlt.go.th เพื่อใช้ในการกำกับดูแลและพัฒนาระบบรถรับส่งนักเรียนให้มีมาตรฐานและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รวมทั้งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี GPS ในการติดตามตำแหน่งและตรวจสอบพฤติกรรมการขับขี่ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยในการเดินทาง</p>

<p>ที่มา:&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164164">https://www.thaigov.go.th/th/news/164164</a></p>

<p>ทั้งนี้ รัฐบาลยังเดินหน้ายกระดับมาตรฐานผู้ให้บริการรถรับส่งนักเรียน โดยเพิ่มการอบรมผู้ขับรถและผู้ประจำรถเกี่ยวกับการดูแลความปลอดภัยเด็ก ตลอดจนศึกษาแนวทางการกำหนดป้ายทะเบียนเฉพาะสำหรับรถรับส่งนักเรียน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลและสร้างจุดสังเกตให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังเมื่อขับขี่ใกล้รถรับส่งนักเรียน</p>

<p>ขณะเดียวกัน ยังมีการต่อยอด &ldquo;โครงการนักเรียนรุ่นใหม่มีใบขับขี่&rdquo; เพื่อปลูกฝังวินัยจราจรและจิตสำนึกด้านความปลอดภัยให้แก่เยาวชน รวมถึงส่งเสริมการอบรมด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมสำหรับผู้ขับรถสาธารณะและรถบรรทุก เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางถนนในภาพรวม</p>

<p>&ldquo;รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการเดินทางของเด็กและเยาวชน โดยจะเดินหน้ายกระดับมาตรฐานรถรับส่งนักเรียนอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อสร้างระบบการเดินทางที่ปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองทั่วประเทศ&rdquo; นางสาวลลิดา กล่าว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiochumphae.prd.go.th/th/file/get/file/2026051864a044287afb5a90d14590b0e57835e2090148.jpg' type='image/jpg' length='79022' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลเดินหน้ายกระดับ “ทุเรียนไทย” ชูมาตรฐาน “4 ไม่” สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดันรายได้ส่งออกทะลุ 1.5 แสนล้านบาท]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/503856</link>
<guid isPermaLink="false">6c22c6d4f28f93c6fd2bcd0016ca55d7</guid>
<pubDate>Mon, 18 May 2026 08:50:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ 18 พฤษภาคม 2569 &nbsp;ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าเร่งยกระดับมาตรฐานทุเรียนไทยอย่างเข้มข้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ พร้อมรักษาความเป็นผู้นำตลาดทุเรียนโลก ท่ามกลางการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้นในตลาดส่งออก โดยเฉพาะตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดหลักสำคัญของไทย</p>

<p>โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับมาตรฐานคุณภาพอย่างเข้มงวด ภายใต้นโยบาย &ldquo;4 ไม่&rdquo; ได้แก่ &ldquo;ไม่อ่อน ไม่หนอน ไม่สวมสิทธิ์ และไม่มีสารตกค้าง&rdquo; เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคทั่วโลก</p>

<p>กระทรวงเกษตรฯ ได้บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านการเกษตรและภาคเอกชน เร่งตรวจสอบคุณภาพตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ทั้งการตัดทุเรียนแก่จัด การควบคุมศัตรูพืช การตรวจสอบย้อนกลับแหล่งผลิต และการสุ่มตรวจสารตกค้าง ก่อนส่งออกไปยังต่างประเทศ</p>

<p>นอกจากนี้ รัฐบาลยังอำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์และการส่งออกตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความรวดเร็วในการกระจายสินค้า รองรับปริมาณผลผลิตในฤดูกาลนี้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>

<p>ที่มา:&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164165">https://www.thaigov.go.th/th/news/164165</a></p>

<p>ทั้งนี้ รัฐบาลตั้งเป้าผลักดันการส่งออกทุเรียนไทยปี 2569 ให้มีมูลค่ารวมกว่า 150,000 ล้านบาท โดยเชื่อมั่นว่า &ldquo;คุณภาพและความเชื่อมั่น&rdquo; จะเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาตลาดเดิมและขยายตลาดใหม่ สร้างรายได้ให้เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ &ldquo;ทุเรียนไทยคุณภาพ&rdquo; ในเวทีโลกต่อไป</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiochumphae.prd.go.th/th/file/get/file/20260518d0d90a86286cba38015c5a00a5d71ab4085107.jpg' type='image/jpg' length='101249' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ มอบ "ศุภมาส" เยี่ยมเหยื่อรถไฟชนรถเมล์ แยกอโศก-ดินแดง พร้อมย้ำ สคบ. จัดทีมเฉพาะกิจ ผนึกหน่วยงานคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคใช้บริการสาธารณะเต็มที่ทุกราย]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/503853</link>
<guid isPermaLink="false">b232a3f188bab7c19536eea1a0c7176f</guid>
<pubDate>Sun, 17 May 2026 18:44:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (17 พฤษภาคม 2569) เวลา 14.30 น. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบเหตุ จากกรณีรถไฟขนส่งสินค้าชนรถโดยสารประจำทางสาย 206 บริเวณจุดตัดทางรถไฟถนนอโศก-ดินแดง ใกล้สถานีแอร์พอร์ต เรล ลิ้งก์ มักกะสัน เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ณ โรงพยาบาลเพชรเวช โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยมีคณะของการรถไฟแห่งประเทศไทย และ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ร่วมด้วย</p>

<p>นางสาวศุภมาส กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและสิทธิของประชาชน โดยนายกรัฐมนตรีกำชับให้ภาครัฐเร่งดำเนินการช่วยเหลือและเยียวยาเต็มที่ เมื่อช่วงค่ำวานนี้นายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่เกิดเหตุด้วยตนเอง และในวันนี้ได้เดินทางเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงมอบหมายให้คณะรัฐมนตรีเข้าเยี่ยมและให้กำลังใจ พร้อมรับฟังปัญหาจากผู้ประสบเหตุ เพื่อนำสู่กระบวนการเยียวยาอย่างเร่งด่วน</p>

<p>&ldquo;ดิฉันขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และขอส่งกำลังใจให้ผู้บาดเจ็บทุกรายฟื้นตัวโดยเร็ว วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรี มอบหมานให้ดิฉันเยี่ยมผู้ประสบเหตุจำนวนหกราย เราขอยืนยันว่ารัฐบาลจะเร่งช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ในส่วนของดิฉันที่กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคหรือ สคบ. ดิฉันได้สั่งการให้ตั้งทีมเฉพาะกิจในเรื่องนี้ทันที โดยทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเยียวยาถึงมือพี่น้องประชาชนเร็วที่สุด ผู้เสียหายและครอบครัวไม่ต้องเดินเรื่องเอง รัฐบาลและ สคบ. จะเดินเรื่องให้&quot; นางสาวศุภมาส กล่าว</p>

<p>ทั้งนี้ สคบ. จะเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานใน 4 เรื่อง ได้แก่ 1. รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายและครอบครัวเป็นการเฉพาะ 2. ให้คำปรึกษาด้านสิทธิผู้บริโภคบริการสาธารณะ ทั้งสิทธิเยียวยาและสิทธิตามกรมธรรม์ประกันภัย 3. ส่งต่อเรื่องและทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด และ 4. ติดตามผลการเยียวยาให้ครบถ้วน พร้อมรายงานความคืบหน้าต่อผู้เสียหายเป็นระยะ</p>

<p>ผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว หรือต้องการคำปรึกษาเรื่องสิทธิผู้บริโภคในการใช้บริการขนส่งสาธารณะ สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ <a href="https://l.facebook.com/l.php?u=http%3A%2F%2Focpb.go.th%2F%3Ffbclid%3DIwZXh0bgNhZW0CMTAAYnJpZBExMGxEdWpZZ1lid3N5VTlhcXNydGMGYXBwX2lkEDIyMjAzOTE3ODgyMDA4OTIAAR5PbCcs_BTX-PNtIHQLwBg2IzKDgMc30b7qzJK3e-1DJvFaTAfkEbBpq6sxkg_aem_6ai0LEJXAE2wljEyQuagng&amp;h=AUATjXQvg_su0Exhz522mTL_Kn9VzMsNNDeS8S4NX2-P1ypEthlQ2nDWhZh5LTAhx_dOkCPpUjVXHttVR4TXZiY0Sdq42EEuawv_h6DvlbGSfs_Hwg1WRqpV_0NT6KYHF-iKwrAA2i3wgjcY&amp;__tn__=-UK-R&amp;c[0]=AUC1cdJxEeMnvlSQGT74esDRXTw87EmVrGO9itOnG6xaDhinYMetH5CSEBtsfDWN5cEwu2H2Ocp2d2hk9AAcLFz0ioGsd1UjO8ofstS9sHoYJTJEzK63dFGndDemsbeI-pzg_d6hAjguCT41Ea_GOLqlkv5FQxH66KYJN_hSfhJOI4_qWWEfmW2SxiJqbS6tMEgEPRNZpd27QPpWGfqjJRyj5Q" rel="nofollow noreferrer" role="link" tabindex="0" target="_blank">ocpb.go.th</a> หรือศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัดทั่วประเทศ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiochumphae.prd.go.th/th/file/get/file/202605187f538ab93901803c4d785d057e4900e4084640.jpg' type='image/jpg' length='657313' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลชวนคนไทยร่วมดูแลคนไร้ที่พึ่ง ผ่านโครงการ “ครอบครัวอุปการะ”]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/503883</link>
<guid isPermaLink="false">c04095f84230601c0923b1083227e8b6</guid>
<pubDate>Sun, 17 May 2026 09:23:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>รัฐสนับสนุนเงิน 5,000 บาท/คน/เดือน ยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง</h3>

<p>วันนี้ (17 พฤษภาคม 2569) ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายดูแลกลุ่มเปราะบางในสังคม โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ประกาศหลักเกณฑ์การคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งแบบครอบครัวอุปการะ โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นที่พึ่งให้กับผู้ไร้ที่อยู่อาศัย ด้วยการรับดูแลคนไร้ที่พึ่งภายในครัวเรือน ผ่านโครง &ldquo;ครอบครัวอุปการะ&rdquo; &nbsp;โดยภาครัฐจะสนับสนุนเงินให้ 5,000 บาท/คน/เดือน ทั้งนี้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางอย่างยั่งยืน ตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งกระจายสิทธิประโยชน์จากภาครัฐให้เข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึง โปร่งใส และเป็นธรรม ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย</p>

<p>ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า สำหรับผู้เข้าที่ต้องการเข้าร่วมโครงการฯ ต้องมีคุณสมบัติ อาทิ อายุ 20 ปีขึ้นไป มีสัญชาติไทย สุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคติดต่อร้ายแรง มีความประพฤติเหมาะสม มีที่อยู่อาศัยและความพร้อมในการดูแล รวมถึงไม่มีพฤติกรรมรุนแรง และสามารถทุ่มเทเวลาเอาใจใส่ผู้รับการอุปการะได้อย่างต่อเนื่อง ในส่วนของสิทธิประโยชน์ รัฐบาลสนับสนุนค่าตอบแทนจำนวน 5,000 บาทต่อคนต่อเดือน พร้อมจัดนักสังคมสงเคราะห์ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเป็นประจำทุกเดือน รวมถึงให้คำปรึกษาและช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ</p>

<p>สำหรับผู้สนใจในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถยื่นคำขอได้ที่ศูนย์คุ้มครองและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ต่างจังหวัดสามารถติดต่อสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในพื้นที่ รวมถึงหน่วยงานคุ้มครองต่าง ๆ ของรัฐ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน พม. 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้คำปรึกษาและรับเรื่องร้องเรียน สะท้อนความพยายามของภาครัฐในการสร้างระบบสวัสดิการสังคมที่เข้มแข็ง และลดความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว</p>

<p>ที่มา:&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164149">https://www.thaigov.go.th/th/news/164149</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiochumphae.prd.go.th/th/file/get/file/2026051870fc61c6a3ddda75ef6bef2b299c49a7092411.jpg' type='image/jpg' length='89157' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ เตรียมนำข้อเสนอเอกชนจากเวที “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” เข้า ครม. แปลงสู่การขับเคลื่อนจริง ประโยชน์ถึงมือประชาชน]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/503878</link>
<guid isPermaLink="false">386666840b3e0a27286be4cbeb8d6713</guid>
<pubDate>Sun, 17 May 2026 09:16:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (17 พฤษภาคม 2569) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เวที &ldquo;ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง&rdquo; ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล มีผู้บริหารระดับสูงจากภาคเอกชน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมครอบคลุม ธนาคาร โรงแรม ท่องเที่ยว ก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ พลังงาน ปิโตรเลียม เกษตร ค้าปลีกและสินค้าอุปโภค/บริโภค เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อนำไปกำหนดเป็นแผนปฏิบัติการ หรือ Action Plan ที่ชัดเจน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน</p>

<p>นายกรัฐมนตรีมีดำริให้นำข้อเสนอสำคัญจากภาคเอกชนในเวทีครั้งนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้ข้อเสนอแต่ละด้านมีหน่วยงานรับผิดชอบ และถูกนำไปขับเคลื่อนเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เป็นเพียงการรับฟังในห้องประชุม</p>

<p>นางสาวรัชดา &nbsp;กล่าวว่า ข้อเสนอจากภาคเอกชนครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงมิติธุรกิจ แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับชีวิตประชาชนทุกระดับ อาทิ</p>

<p>1. การเติบโตของภาคธุรกิจรายใหญ่และรายย่อย รวมถึงการผลักดันเศรษฐกิจใหม่ เช่น อุตสาหกรรมดิจิทัล พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีขั้นสูง จะช่วยสร้างงานและเพิ่มรายได้ให้ประชาชน</p>

<p>2.ข้อเสนอให้เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ระบบน้ำ และพลังงานสะอาด จะช่วยลดต้นทุนทั้งระบบ ทำให้ค่าไฟมีเสถียรภาพ เกษตรกรมีน้ำใช้ตลอดปี ลดความเสี่ยงจากภัยแล้ง และลดค่าครองชีพในระยะยาว</p>

<p>3.ข้อเสนอการปรับปรุงกฎระเบียบและเพิ่มความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ จะช่วยเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุน ดึงดูดเงินลงทุนใหม่เข้าสู่ประเทศ อันจะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจและโอกาสของประชาชนในระยะยาว</p>

<p>4.จากการผลักดันอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น &nbsp;AI, High Technology และอุตสาหกรรมสีเขียว จะเกิดงานทักษะสูงรายได้สูง เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงอาชีพใหม่ และช่วยให้SME แข่งขันได้ดีขึ้น พร้อมกระจายรายได้ไปถึงชุมชนและท้องถิ่น ไม่กระจุกอยู่แค่เมืองใหญ่</p>

<p>5.รัฐบาลรับทราบปัญหา SME &nbsp;โดยเฉพาะรายย่อย (ไมโครSME)) มีที่ยังเข้าไม่ถึงมาตรการของรัฐ และแหล่งเงินกู้ ซึ่งช่วยให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือในอนาคตอยากตรงจุด ควบคู่กับการสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยอยู่รอดและรักษาการจ้างงานได้อย่างยั่งยืน</p>

<p>โฆษกรัฐบาลย้ำว่า ข้อเสนอจากภาคเอกชนหลายเรื่องสอดคล้องกับนโยบายที่รัฐบาลผลักดันอยู่ แต่ยังมีรายละเอียดที่ต้องทำร่วมกัน ดังนั้น เพื่อให้เกิดผลโดยเร็ว รัฐบาลจะเดินหน้าจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน หรือ กรอ. พร้อมสร้างระบบ Dashboard ติดตามผลทุกมาตรการ และนัดประเมินผลร่วมกันภายใน 6 เดือน เพื่อให้ประชาชนเห็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง</p>

<p>&ldquo;การเปิดรับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชนครั้งนี้ เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้รัฐบาลออกนโยบายได้ตรงจุดและตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น รัฐบาลยืนยันว่าจะเร่งผลักดันข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ทั้งในชีวิตประจำวันและในระยะยาวของประเทศ&rdquo; นางสาวรัชดา กล่าว</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164143">https://www.thaigov.go.th/th/news/164143</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiochumphae.prd.go.th/th/file/get/file/2026051832ca8b2a22dcb073481803ea7489158a091656.jpg' type='image/jpg' length='102934' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลเร่งเครื่องนวัตกรรมการแพทย์ ใช้ "โฮลดิ้งมหาวิทยาลัย" แปลงงานวิจัยการแพทย์เป็นเงิน ดันไทยสู่ฮับสุขภาพโลก]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/503876</link>
<guid isPermaLink="false">2590a0fd6a820d155dcb76a496110721</guid>
<pubDate>Sun, 17 May 2026 09:15:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (17 พฤษภาคม 2569) ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลตั้งเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ หวังให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูง ด้วยการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาเป็นตัวขับเคลื่อน โดยล่าสุดนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้บรรยายในหลักสูตร ปนพ.3 ณ สถาบันพระปกเกล้า ระบุว่า การพาประเทศไทยไปสู่ประเทศรายได้สูงต้องสร้าง &ldquo;ระบบนิเวศนวัตกรรม&rdquo; ที่เข้มแข็ง เชื่อมโยงตั้งแต่การพัฒนากำลังคน งานวิจัย ไปจนถึงการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยต้องปลดล็อกศักยภาพแต่ละภูมิภาค เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ , ตั้งบริษัทโฮลดิ้งของมหาวิทยาลัย และกองทุนร่วมลงทุน เพื่อดึงงานวิจัยจากห้องแล็บไปใช้จริงในภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ระดับชุมชน ให้ประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงเครื่องมือนวัตกรรม เพื่อนำไปต่อยอดและสร้างมูลค่าได้จริง</p>

<p>ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยมีศักยภาพก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านสุขภาพและการแพทย์ของโลก ผ่านการพัฒนานวัตกรรมแบบครบวงจร ทั้งการใช้ AI ดูแลสุขภาพ เวชสำอางจากสมุนไพรไทย อุปกรณ์ฟื้นฟูสมรรถภาพ ไปจนถึงเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง ซึ่งการเดินหน้าทั้งหมดนี้จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและนวัตกรรมการแพทย์ระดับนานาชาติได้ รวมทั้งจะสร้างความมั่นคงทางสุขภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างได้อย่างยั่งยืน</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164142">https://www.thaigov.go.th/th/news/164142</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiochumphae.prd.go.th/th/file/get/file/202605183f7f9d6667a39261a33b03d288b97f15091557.jpg' type='image/jpg' length='107020' />
</item>
</channel>
</rss>
