<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวภาครัฐ]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/index/id/39</link>
<atom:link href="https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/index/id/39" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[ยุติธรรมไทยก้าวสู่เวทีโลก ร่วม UN Crime Congress สมัยที่ ๑๕ เดินหน้าความร่วมมือเพื่อความยุติธรรมที่เข้าถึงได้]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/545178</link>
<guid isPermaLink="false">1d70132dc47550505023a1ec4689b940</guid>
<pubDate>Sat, 26 Sep 2026 18:13:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๓๐ น. พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยพลตำรวจโท สายเพชร ศรีสังข์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจเอก&nbsp;อิทธิกร จิรัตนานนท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม คณะผู้แทนกระทรวงยุติธรรม และคณะผู้แทนไทยจากหน่วยงานที่เกี่ยว เข้าร่วมในพิธีเปิดการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา (United Nations Congress on Crime Prevention and Criminal Justice: UN Crime Congress) สมัยที่ ๑๕ ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งมีกําหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๖ กันยายน - ๑ ตุลาคม ๒๕๖๙ โดยมี ฯพณฯ อับดุลลอฮ์ ซุลตาน บิน อะวาด อัล นูอัยมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นประธานในพิธีเปิด&nbsp;</p>

<p>ในการนี้ ที่ประชุมได้รับรองระเบียบวาระการประชุม รวมถึงมีการแต่งตั้งคณะกรรมการทั่วไป (General Committee) ของการประชุม UN Crime Conggress สมัยที่ ๑๕ นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีการร่วมรับรองปฏิญญาอาบูดาบี (Abu Dhabi Declaration) ซึ่งเป็นเอกสารผลลัพธ์การประชุม โดยร่างปฏิญญาฯ มีสาระสำคัญ ๔ ประเด็นหลัก ได้แก่ (๑) การป้องกันและการเตรียมพร้อมรับมือ (Prevention &amp; Resilience) (๒) ความยุติธรรมและหลักนิติธรรม (Justice &amp; the Rule of Law) &nbsp;(๓) ภัยคุกคามอาชญากรรมที่วิวัฒนาการและหลอมรวมกัน (Evolving Crime Threats) และ (๔) นวัตกรรมและความร่วมมือ (Innovation &amp; Cooperation)&nbsp;</p>

<p>ทั้งนี้ การประชุม UN Crime Congress ถือเป็นการประชุมระหว่างประเทศในกรอบการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญาที่ใหญ่ที่สุด จัดขึ้นทุก ๕ ปี โดยกระทรวงยุติธรรมเป็นหน่วยงานประสานงานหลักของการประชุมฯ การเข้าร่วมการประชุมฯ ในครั้งนี้ จึงถือเป็นการแสดงบทบาทสำคัญของประเทศไทยในการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiochumphae.prd.go.th/th/file/get/file/20260926ecb9831a3a2819353e590c7bd5620d3f181407.jpg' type='image/jpg' length='353614' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[การรถไฟฯ แจ้งปรับแผนการเดินรถสายเหนือ หลังน้ำท่วมสันรางย่านสถานีหัวงิ้ว ขนถ่ายผู้โดยสารทางรถยนต์บางช่วง พร้อมงดเดินขบวนรถทางไกล 9 ขบวนจากต้นทาง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/545147</link>
<guid isPermaLink="false">09b807a6acea86c3087cf2a3a082325e</guid>
<pubDate>Sat, 26 Sep 2026 16:48:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แจ้งปรับแผนการเดินรถสายเหนือ หลังเกิดเหตุน้ำท่วมสันรางบริเวณ สทล.217/4-5 ในย่านสถานีหัวงิ้ว ระดับน้ำสูงจากสันรางประมาณ 15 เซนติเมตร ส่งผลให้ไม่สามารถให้ขบวนรถสายเหนือทั้งเที่ยวขึ้นและเที่ยวล่องผ่านบริเวณดังกล่าวได้ จึงจำเป็นต้องปิดทางระหว่างสถานีหนองโพ&ndash;เนินมะกอก ตั้งแต่เวลา 10.50 น. เป็นต้นมา</p>

<p>จากสถานการณ์ดังกล่าว มีขบวนรถได้รับผลกระทบ การรถไฟฯ ได้ประสานหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้อง พร้อมปรับแผนการเดินรถ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารและให้การเดินทางเป็นไปด้วยความปลอดภัย โดยขบวนรถที่อยู่ระหว่างการให้บริการมีแผนดำเนินการ ดังนี้</p>

<p>1. ขบวนรถเร็วที่ 111 กรุงเทพอภิวัฒน์&ndash;เด่นชัย เมื่อถึงสถานีบ้านตาคลี จะขนถ่ายผู้โดยสารทางรถยนต์จากสถานีบ้านตาคลีไปยังสถานีนครสวรรค์ ก่อนเดินทางต่อด้วยรถไฟ (ริ้วขบวน 112) ไปยังปลายทางสถานีเด่นชัย<br />
2. ขบวนรถเร็วที่ 112 เด่นชัย&ndash;กรุงเทพอภิวัฒน์ เมื่อถึงสถานีนครสวรรค์ จะขนถ่ายผู้โดยสารทางรถยนต์จากสถานีนครสวรรค์ไปยังสถานีบ้านตาคลี ก่อนเดินทางต่อด้วยรถไฟ (ริ้วขบวน 111) ไปยังปลายทางกรุงเทพอภิวัฒน์<br />
3. ขบวนรถเร็วที่ 102 เชียงใหม่&ndash;กรุงเทพอภิวัฒน์ ขนถ่ายผู้โดยสารทางรถยนต์จากสถานีนครสวรรค์ไปยังกรุงเทพอภิวัฒน์<br />
4. ขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางที่ 8 เชียงใหม่&ndash;กรุงเทพอภิวัฒน์ ขนถ่ายผู้โดยสารทางรถยนต์จากสถานีนครสวรรค์ไปยังกรุงเทพอภิวัฒน์<br />
5. ขบวนรถธรรมดาที่ 201 กรุงเทพ&ndash;พิษณุโลก สถานีปลายทางสิ้นสุดที่ สถานีบ้านตาคลี<br />
6. ขบวนรถธรรมดาที่ 211 กรุงเทพ&ndash;ตะพานหิน สถานีปลายทางสิ้นสุด ที่สถานีบ้านตาคลี</p>

<p>ขณะเดียวกัน การรถไฟฯ ประกาศงดเดินขบวนรถทางไกลเชิงพาณิชย์ 9 ขบวนจากต้นทาง ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2569 เป็นต้นไป เนื่องจากบริเวณที่เกิดเหตุน้ำท่วมยังมีน้ำหนุนอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการขนถ่ายผู้โดยสารทางรถยนต์ระหว่างทางในช่วงเวลากลางคืน อาจไม่ปลอดภัย จากสภาพอากาศที่มีฝนตกหนักต่อเนื่อง และมีน้ำท่วมในเส้นทางถนน รวมถึงอาจไม่สะดวกต่อการเดินทางเข้า&ndash;ออกสถานีรถไฟ โดยขบวนรถที่งดเดินตั้งแต่ต้นทาง ได้แก่</p>

<p>1. ขบวนรถเร็วที่ 109 กรุงเทพอภิวัฒน์&ndash;เชียงใหม่<br />
2. ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 9 กรุงเทพอภิวัฒน์&ndash;เชียงใหม่<br />
3. ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 13 กรุงเทพอภิวัฒน์&ndash;เชียงใหม่<br />
4. ขบวนรถเร็วที่ 107 กรุงเทพอภิวัฒน์&ndash;เด่นชัย<br />
5. ขบวนรถด่วนที่ 51 กรุงเทพอภิวัฒน์&ndash;เชียงใหม่<br />
6. ขบวนรถเร็วที่ 108 เด่นชัย&ndash;กรุงเทพอภิวัฒน์<br />
7. ขบวนรถด่วนที่ 52 เชียงใหม่&ndash;กรุงเทพอภิวัฒน์<br />
8. ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 14 เชียงใหม่&ndash;กรุงเทพอภิวัฒน์<br />
9. ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 10 เชียงใหม่&ndash;กรุงเทพอภิวัฒน์</p>

<p>สำหรับผู้โดยสารที่มีตั๋วโดยสารของขบวนรถที่ประกาศงดเดิน สามารถขอคืนค่าโดยสารเต็มจำนวน ได้ที่สถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ<br />
การรถไฟฯ ขอให้ผู้โดยสารติดตามประกาศและข้อมูลการเดินรถอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมและสภาพอากาศยังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดย รฟท. จะประเมินสถานการณ์ และปรับแผนการเดินรถให้เหมาะสม พร้อมคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารและผู้ปฏิบัติงานเป็นสำคัญ<br />
ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบเส้นทางและติดตามสถานะการเดินรถได้ที่&nbsp;<br />
https://ttsview.railway.co.th<br />
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง<br />
#กรมประชาสัมพันธ์ #JICC #น้ำท่วม #ฝนตก #ฝนตกหนัก #รถไฟ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiochumphae.prd.go.th/th/file/get/file/202609262fc9379c92cf6642a3648fc0eef3aefd164848.jpg' type='image/jpg' length='274718' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“สุชาติ” รับนโยบาย “อนุทิน” สั่ง ทส. ระดมกำลัง–เครื่องจักร เร่งช่วยประชาชนประสบอุทกภัยทั่วประเทศ]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/545131</link>
<guid isPermaLink="false">1261bcb2884ee2fd8b05ac15277e1b17</guid>
<pubDate>Sat, 26 Sep 2026 15:56:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย จึงได้สั่งการให้ ดร. รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำกับและประสานทุกหน่วยงานในสังกัด ทส. ในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และทุกภูมิภาคทั่วประเทศ บูรณาการร่วมกับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากอย่างเต็มกำลัง<br />
<br />
นายสุชาติ กล่าวว่า ได้กำชับปลัดกระทรวงฯ ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการหน่วยงานในพื้นที่สนับสนุนผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างใกล้ชิดและเต็มความสามารถ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยให้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร และอุปกรณ์ต่าง ๆ ลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือประชาชนโดยเร็วที่สุด<br />
<br />
&ldquo;ขอให้ทุกหน่วยของ ทส. ในพื้นที่ ทำงานเชิงรุก ประสานจังหวัดและท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด ระดมกำลังและเครื่องมือที่มีอยู่เข้าช่วยประชาชนทันที เพราะในสถานการณ์น้ำท่วม ทุกนาทีมีความหมาย ความเดือดร้อนของประชาชนต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน&rdquo; นายสุชาติกล่าว<br />
<br />
นอกจากนี้ นายสุชาติได้กำชับให้ปลัดกระทรวงฯ ประสานหน่วยงานในสังกัดพิจารณาเปิดพื้นที่ของหน่วยงานสำหรับเป็นสถานที่พักพิงชั่วคราวแก่ประชาชนที่ประสบภัย รวมถึงใช้เป็นพื้นที่จอดรถ เพื่อช่วยลดความเสียหายและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย<br />
<br />
นายสุชาติย้ำว่า ทส. พร้อมสนับสนุนจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเต็มกำลัง โดยให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อมทั้งบุคลากร เครื่องจักร และอุปกรณ์ และพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนทันที เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และไม่ทิ้งประชาชนไว้ข้างหลัง<br />
<br />
#กรมประชาสัมพันธ์ #JICC #น้ำท่วม #อุทกภัย #สุชาติชมกลิ่น #ทส</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiochumphae.prd.go.th/th/file/get/file/20260926b8a69d672f61bcc060e5c70516ef5db0155627.png' type='image/png' length='1373085' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กองทัพบก ยกระดับศูนย์บรรเทาสาธารณภัย สั่งระดมพล-รถครัวสนาม-ทีมแพทย์ พร้อมสนับสนุนอากาศยาน รับมือวิกฤตฝนตกหนัก ช่วยเหลือประชาชนเร่งด่วน 24 ชั่วโมง]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/545097</link>
<guid isPermaLink="false">9b79b5221f6b656fd431927603bbdbc4</guid>
<pubDate>Sat, 26 Sep 2026 13:26:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กองทัพบก ยกระดับศูนย์บรรเทาสาธารณภัย สั่งระดมพล-รถครัวสนาม-ทีมแพทย์ พร้อมสนับสนุนอากาศยาน รับมือวิกฤตฝนตกหนัก ช่วยเหลือประชาชนเร่งด่วน 24 ชั่วโมง</p>

<p>กองทัพบก ​โดยฝ่ายกิจการพลเรือน​ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก​ ได้จัดการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัยอย่างเร่งด่วน เพื่อยกระดับมาตรการบรรเทาสาธารณภัยให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักและอุทกภัยในหลายพื้นที่ ยืนยันความพร้อมเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลัง เป็นระบบ รวดเร็ว และทั่วถึง&nbsp;</p>

<p>​ในการดำเนินงานเชิงรุก กองทัพบกได้กำหนดการจัดชุดกำลังพลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้มีกำลังพลหมุนเวียนปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง และกระจายความช่วยเหลือได้ครอบคลุมทุกจุดประสบภัย พร้อมกันนี้ กองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 ได้ดำเนินการตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยเตรียมความพร้อมสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว และจัดส่งรถครัวสนามเพื่อประกอบอาหารปรุงสุกแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น</p>

<p>​สำหรับพื้นที่วิกฤตหรือพื้นที่เข้าถึงยาก กองทัพบกได้วางระบบประสานงานเตรียมความพร้อมของอากาศยานกู้ภัย ผ่านกรมกิจการพลเรือนทหารบกและกรมยุทธการทหารบก เพื่อให้การเข้าช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างทันท่วงที ควบคู่ไปกับการมอบหมายให้กรมแพทย์ทหารบกลงพื้นที่ดูแลสุขภาพ เฝ้าระวังโรคติดต่อที่มากับน้ำ ตลอดจนตรวจรักษาและให้ความรู้ด้านสาธารณสุขแก่ประชาชนและกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่</p>

<p>​นอกจากนี้ ทุกหน่วยในพื้นที่จะบูรณาการการทำงานร่วมกับเหล่าทัพอื่นและหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด โดยมีการสำรวจสรุปยอดความเสียหาย ทั้งจำนวนหลังคาเรือนและผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อส่งข้อมูลรายงานตรงสู่กองทัพบกและวางแผนสนับสนุนได้อย่างตรงจุด พร้อมทั้งจัดให้มีการประชุมวอร์รูมติดตามและประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p>

<p>​ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก พร้อมสนับสนุนทั้งด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และการประสานงานทุกมิติ เพื่อยืนเคียงข้างและดูแลความปลอดภัยของประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ โดยสามารถติดต่อแจ้งเหตุได้ที่&nbsp;</p>

<p>- ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพบก 065-231-1260&nbsp;<br />
- ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 1 &nbsp;หมายเลข 02-280-3977 (รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดในภาคกลาง)​<br />
- ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 2 &nbsp;หมายเลข 044 - 245-946 (รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)​<br />
- ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 &nbsp;หมายเลข 055 - 242-859 (รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดในภาคเหนือ)​<br />
- ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 หมายเลข &nbsp;075-383-405 (รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดในภาคใต้)​</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiochumphae.prd.go.th/th/file/get/file/20260926c26c14bd14bad347ac8ac3212212d8c8132750.jpg' type='image/jpg' length='93513' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เอกนิติพร้อม วราวุธ ภราดรลงพื้นที่อยุธยาติดตามสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา กำชับเร่งให้ความช่วยเหลือ]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/545073</link>
<guid isPermaLink="false">2e8c5fe9ed93d1abd825f5e62353a61b</guid>
<pubDate>Sat, 26 Sep 2026 12:23:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>09.30 น. ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายวราวุธ ศิลปอาชารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายทรงพล สุขสมบูรณ์ &nbsp;สส.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 &nbsp;พร้อม นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;</p>

<p>ติดตามสถานการณ์น้ำที่ด้านหน้าวัดไชยวัฒนาราม และวัดกษัตราธิราชวรวิหาร อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา รวมถึงสอบถามการให้ความช่วยเหลือประชาชนจากที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จาก ชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา<br />
ทัังนี้ ทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ว 5 อำเภอ คือ บางบาล พระนครศรีอยุธยา ผักไห่ เสนา และบางไทร เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย</p>

<p>รวมถึงติดตามแผนการใช้พื้นที่ทางการเกษตรเป็นทางน้ำผ่าน ที่ ปตร.บางกุ้ง เพื่อช่วยลดผลกระทบให้กับชาวบ้านที่อยู่ริมน้ำ&nbsp;</p>

<p>และขณะนี้ (11.30 น.) &nbsp;คณะทั้งหมด ยังอยู่ระหว่างการลงพื้นที่ ติดตามแผนจัดการน้ำในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และลุ่มเจ้าพระยา</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiochumphae.prd.go.th/th/file/get/file/202609265f8a0e5da4d4316eeb1465c47e75de79122415.jpg' type='image/jpg' length='688435' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“ซาบีดา” ห่วงประชาชน สั่ง วธ. รับมือฝนหนัก–น้ำท่วม “คนต้องปลอดภัย วัฒนธรรมต้องไม่เสียหาย” ระดมเครือข่ายทั่วประเทศพร้อมช่วย–พร้อมฟื้นฟู]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/545059</link>
<guid isPermaLink="false">960dc6e49f247714bc7a12fb5556b7ea</guid>
<pubDate>Sat, 26 Sep 2026 11:24:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>(26 ก.ย. 69) นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ได้ หารือกับนายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อเตรียมการรับสถานการณ์ และกำชับทุกหน่วยงานของกระทรวงวัฒนธรรมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมเข้าไปสนับสนุนพื้นที่ โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของประชาชนและบุคลากร</p>

<p>&ldquo;ช่วงนี้หลายพื้นที่กำลังเผชิญฝนหนักและน้ำท่วม ดิฉันเป็นห่วงพี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่ทุกคน จึงกำชับให้กระทรวงติดตามสถานการณ์แบบใกล้ชิด รู้ปัญหาให้เร็ว และพร้อมเข้าไปช่วยเหลือทันทีที่พื้นที่ต้องการ&rdquo;</p>

<p>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่อว่า กระทรวงไม่ได้ดูแลเฉพาะหน่วยงานของตัวเอง แต่ยังมี เครือข่ายวัฒนธรรม ศาสนา ศิลปิน และชุมชนอยู่ทั่วประเทศ จึงให้เตรียมความพร้อมเพื่อร่วมช่วยเหลือประชาชน ทั้งถุงยังชีพ สิ่งของจำเป็น และเครื่องสมณบริขาร รวมถึงประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความช่วยเหลือไปถึงพื้นที่ที่เดือดร้อนอย่างเหมาะสม</p>

<p>ขณะเดียวกัน ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งสำรวจและป้องกันความเสียหายต่อ ศาสนสถาน โบราณสถาน โบราณวัตถุ พิพิธภัณฑ์ แหล่งเรียนรู้ และทรัพย์สินทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง พร้อมเตรียมแผนฟื้นฟูทันทีเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย</p>

<p>&ldquo;เราอยากให้ทุกคนรู้ว่า กระทรวงวัฒนธรรมอยู่ข้างประชาชน ในยามที่เกิดภัย เราจะใช้คน ใช้เครือข่าย และใช้ทรัพยากรที่กระทรวงมี เพื่อช่วยกันดูแลประชาชนให้มากที่สุด และเมื่อสถานการณ์ผ่านไป เราจะช่วยกันฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว&rdquo;</p>

<p>นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า ได้กำหนดให้มีระบบติดตามสถานการณ์ของกระทรวง เพื่อให้ข้อมูลจากทุกจังหวัดเข้าถึงส่วนกลางได้รวดเร็ว โดยยึดหลัก &ldquo;รายงานครั้งเดียว ใช้ข้อมูลร่วมกัน&rdquo; ลดการรายงานซ้ำ และทำให้ทุกฝ่ายเห็นข้อมูลชุดเดียวกัน สามารถตัดสินใจและช่วยเหลือพื้นที่ได้ทันเวลา</p>

<p>&ldquo;ขอให้ทุกหน่วยงานอย่ารอให้ปัญหาเกิดแล้วค่อยแก้ แต่ให้เตรียมตัวล่วงหน้า ติดตามพื้นที่ของตัวเอง และหากมีเหตุเร่งด่วนให้แจ้งทันที กระทรวงพร้อมสนับสนุนทุกพื้นที่เต็มที่&rdquo;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiochumphae.prd.go.th/th/file/get/file/20260926ca3319136f116e6080a744802c48c97e113807.png' type='image/png' length='1190267' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ สั่ง ปภ.เน้นช่วยชีวิตก่อน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง พร้อมรายงานสถานการณ์ให้ผู้ว่าฯ 11 จังหวัดเสี่ยง รับทราบทันที - ทำความเข้าใจประชาชน เตรียมประชุมรับมือด่วนพรุ่งนี้หลังลงเครื่อง]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/545053</link>
<guid isPermaLink="false">879a3166e08a0b2d99211646a667fe20</guid>
<pubDate>Sat, 26 Sep 2026 11:05:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team หรือ SAT) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย &nbsp; พร้อมด้วยธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และนายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดี ปภ. &nbsp;โดยเป็นการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ร่วมกับ ปภ.จังหวัดและผู้ว่าราชการจังหวัด 11 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย&nbsp;</p>

<p>นายนิรัตน์ กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ให้กำลังใจผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ปฏิบัติงาน หัวหน้างานและข้าราชการทุกคน พี่เหนื่อยและอดหลับอดนอนในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งขณะนี้นายกรัฐมนตรีได้ติดตามและสั่งการตลอด พร้อมเน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด 11 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดออกมาติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ ออกไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ด้วย รวมถึงต้องไปดูในพื้นที่ที่มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจถึงการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดของตัวเอง และให้ประชาสัมพันธ์จังหวัดกระจายข่าวให้ประชาชนได้รับรู้ว่ารัฐบาลสนับสนุนคนมหาดไทยทีมผู้ว่าราชการจังหวัดและทุกหน่วยงานที่ทำงานให้ประชาชน ทั้งนี้ ปภ.จังหวัดทุกจังหวัดต้องอัพเดทสถานการณ์ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้รับรู้ความคืบหน้าเป็นระยะ ทั้งจุดเสียงในพื้นที่จังหวัดของตัวเอง ว่ามีปริมาณน้ำคงเดิมหรือมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด ผู้ว่าฯ ต้องรู้ถึงความรุนแรงของสถานการณ์ในพื้นที่ว่าเพิ่มขึ้นหรือลดลง นอกจากนี้ต้องจัดลำดับกลุ่มเป้าหมายอย่างเร่งด่วน เน้นช่วยชีวิตก่อน โดยเฉพาะกลุ่มติดเตียงกลุ่มเปราะบางต้องช่วยออกมาก่อน หลังช่วยแล้วต้องรู้วิธีแก้ไขสถานการณ์ และลดความเสี่ยงในแต่ละจุด เรามีแผนที่เคยฝึกซ้อมกันมาแล้ว ต้องนำออกมาใช้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ปลอดภัยเป็นลำดับแรกและรวดเร็วที่สุด หากติดขัดจะต้องแจ้งมายังปภ.&nbsp;</p>

<p>ด้านนายธีระพัฒน์ กล่าวว่า ได้มีการประชุมในพื้นที่เขตต่างๆเพื่อนำเครื่องจักรไปเตรียมความพร้อมไว้ โดยเฉพาะพื้นที่จ.สระแก้ว ที่ต้องเร่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง และเร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบ และต้องช่วยดูแลในเรื่องของเฟคนิวส์ ว่าเป็นข้อเท็จจริงอย่างไรและชี้แจงให้ประชาชนเกิดความเข้าใจข้อมูลที่ตรงกัน โดยในวันพรุ่งนี้นายกรัฐมนตรีจะเข้ามาติดตามสถานการณ์ที่ ปภ. จึงขอให้ ปภ. ทุกจังหวัดรายงานสถานการณ์ต่อเนื่องรายงานสถานการณ์ต่อผู้ว่าฯ เพื่อนำข้อมูลเข้าสู่ที่ประชุม&nbsp;</p>

<p>จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วได้รายงานสถานการณ์ว่า ในพื้นที่จังหวัดสระแก้วถูกน้ำท่วม 7 อำเภอ มี 2 อำเภอที่ไม่ได้รับผลกระทบ ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างลำเลียงกลุ่มเปราะบางมายังศูนย์พักพิง และลำเลียงผู้ป่วยติดเตียง ไปยังโรงพยาบาล&nbsp;</p>

<p>ด้านนายประสงค์ ธัมมะปาละ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ปภ.กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการคาดการณ์สภาพอากาศ ในช่วงระหว่างวันที่ 26-27 กันยายน ยังคงมีฝนตกหนัก ตั้งแต่ภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดตาก เพชรบูรณ์ อุทัยธานี และนครสวรรค์ ส่วนภาคตะวันออก จังหวัดจันทบุรีตราดระยองและชลบุรี ภาคกลางเน้นย้ำในพื้นที่จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ส่วนภาคอีสาน จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์&nbsp;<br />
ส่วนภาคกลางมี 2 ส่วนที่จะต้องมีการเฝ้าระวัง เนื่องจากสถานีวัดน้ำ C.2 นครสวรรค์ ปล่อยน้ำเกินในปริมาณ 1,900 ลบ. ต่อวินาที ฉะนั้นพื้นที่ 10 จังหวัดที่เคยเตือนภัยไปแล้ว ต้องเฝ้าระวังและสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน ในส่วนของฝั่งตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรีและราชบุรี ซึ่งในวันที่ 26 และ 27 กันยายน ยังคงมีฝนตก และวันที่ 28 -29 กันยายน จะเริ่มเบาบางลง ส่วนวันที่ 30 กันยายนถึงวันที่ 1 ตุลาคม สถานการณ์จะเริ่มดีขึ้น โดยปัจจุบันมีการแจ้งเตือน แบ่งเป็น 3 ส่วนคือ 1 ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาลุ่มแม่น้ำท่าจีน ได้ส่งข้อความผ่านเซลล์บอทแคส ทั้งจังหวัดสุพรรณบุรี อยุธยา สิงห์บุรี อ่างทอง ปทุมธานี ให้มีการเฝ้าระวัง ส่วนที่ 2 เนื่องจากฝนตกหนักต่อเนื่อง 2 วัน โดยในวันนี้ในช่วงเช้า ได้ส่งข้อความแจ้งเตือนประชาชนในจังหวัดนนทบุรี และในพื้นที่กรุงเทพมหานครก็มีการแจ้งเตือนในช่วงเวลา 09.26 น. ขณะที่ปัญหาน้ำหลากในจังหวัดนครราชสีมา ปราจีนบุรีนครนายกและตราด ยังต้องมีการเฝ้าระวัง แม้จะมีการแจ้งเตือนหลายครั้งแล้วแต่ต้องติดตามสถานการณ์และประสานสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด &nbsp;<br />
ข่าว ลีลีญา อุปพงค์ nbt</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiochumphae.prd.go.th/th/file/get/file/20260926433a2f8addc29863d8a86cea3c1862db111003.png' type='image/png' length='1183684' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“เอกนิติ” ชี้วิกฤตพลังงานยังไม่จบ เดินหน้า “ไทยช่วยไทย พลัส” เฟส 2 ประคองกำลังซื้อช่วงเปลี่ยนผ่าน ย้ำวินัยการคลัง เร่งโซลาร์–พลังงานไทย ลดพึ่งนำเข้า สร้างความเข้มแข็งระยะยาว]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/545049</link>
<guid isPermaLink="false">afc0df15a87055ef1e1035d7a924bba7</guid>
<pubDate>Sat, 26 Sep 2026 10:37:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&ldquo;เอกนิติ&rdquo; ชี้วิกฤตพลังงานยังไม่จบ เดินหน้า &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส&rdquo; เฟส 2 ประคองกำลังซื้อช่วงเปลี่ยนผ่าน ย้ำวินัยการคลัง เร่งโซลาร์&ndash;พลังงานไทย ลดพึ่งนำเข้า สร้างความเข้มแข็งระยะยาว</p>

<p>วันนี้ (26 ก.ย. 2569) เวลา 09.05 น. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในการให้สัมภาษณ์รายการ &ldquo;คุยกับ ครม. อนุทิน&rdquo; ถึงการเดินหน้าโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส&rdquo; 60/40 เฟส 2 ว่า จุดเริ่มต้นของโครงการมาจากวิกฤตตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อค่าครองชีพของคนไทยเป็นระลอก ตั้งแต่ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ราคาสินค้าแพงขึ้น ก่อนกระทบกำลังซื้อเมื่อรายได้เพิ่มไม่ทันค่าใช้จ่าย รัฐบาลจึงออกแบบมาตรการเพื่อช่วยลดค่าครองชีพ พร้อมประคองพ่อค้าแม่ค้ารายเล็กที่ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ลดลง</p>

<p>นายเอกนิติ กล่าวว่า โครงการกำหนดวงเงินใช้จ่ายไม่เกินวันละ 200 บาท เพราะต้องการช่วยค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ไม่ได้ออกแบบเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ขณะเดียวกันทรัพยากรของรัฐบาลมีจำกัด จึงให้น้ำหนักกับคนตัวเล็ก พ่อค้าแม่ค้าในตลาด แผงลอย และร้านค้ารายย่อยเป็นลำดับแรก</p>

<p>ตลอดระยะเวลากว่า 3 เดือน ที่ผ่านมามีประชาชนใช้สิทธิประมาณ 26 ล้านคน ร้านค้ารายย่อยประมาณ 1.2 ล้านราย เกิดเม็ดเงินช่วยประคองกำลังซื้อกว่า 160,000 ล้านบาท โดยร้านค้าที่อยู่ในกรุงเทพฯ มีสัดส่วนเพียง 16% สะท้อนว่าเม็ดเงินกระจายไปยังร้านค้าและพื้นที่ต่างจังหวัดทั่วประเทศ</p>

<p>รองนายกรัฐมนตรีฯ กล่าวว่า คำว่า พลัส ไม่ได้หมายถึงการช่วยค่าครองชีพเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการเพิ่มทักษะให้พ่อค้าแม่ค้ารายเล็ก โดยเปิดให้เข้าถึงแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีและเรียนรู้การขายออนไลน์ ซึ่งนายเอกนิติระบุว่า ร้านค้าที่เข้าร่วมบางส่วนมียอดขายออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และร้านค้าจากโครงการก่อนหน้าหลายรายยังรักษายอดขายไว้ได้แม้สิ้นสุดมาตรการแล้ว</p>

<p>อีกส่วนหนึ่งคือ AI นกกระซิบ ในแอปพลิเคชันถุงเงิน ซึ่งช่วยวิเคราะห์ยอดขาย วันที่ขายดี ต้นทุนวัตถุดิบ และข้อมูลประกอบการวางแผนธุรกิจ เพื่อช่วยผู้ประกอบการรายเล็กลดต้นทุนและบริหารสินค้าได้แม่นยำขึ้น โดยนายเอกนิติยกตัวอย่างร้านขนมที่สามารถดูข้อมูลว่าวันใดมียอดขายสูงหรือต่ำ และนำข้อมูลไปปรับปริมาณการผลิตให้เหมาะสม</p>

<p>ข้อมูลการค้าจากระบบยังเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงสินเชื่อ เพราะธนาคารสามารถเห็นข้อมูลรายได้จากระบบ ขณะที่ บสย.เข้ามาช่วยด้านการค้ำประกัน ลดข้อจำกัดของผู้ประกอบการที่ไม่มีหลักทรัพย์ และลดการพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ</p>

<p>นายเอกนิติ กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้มองการอัดฉีดเงินเป็นคำตอบที่ทำต่อได้ไม่สิ้นสุด โดยเหตุที่ไม่ได้ใช้กรอบเงินสำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานมาขยายมาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เพราะต้องรักษาวินัยการคลัง และมองว่าการช่วยประชาชนในช่วงนี้เกิดขึ้นเพราะประเทศไทยยังเปลี่ยนผ่านพลังงานได้ไม่เร็ว ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งยังดำเนินอยู่</p>

<p>ในระยะยาวจึงต้องเร่งลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า โดยโซลาร์เป็นหนึ่งในแนวทางที่ เมื่อครัวเรือนสามารถผลิตไฟฟ้าและลดค่าไฟได้เอง ความจำเป็นในการใช้เงินช่วยเหลือค่าครองชีพก็จะลดลง พร้อมช่วยให้ประเทศนำเข้าก๊าซและจ่ายเงินออกต่างประเทศน้อยลง</p>

<p>นายเอกนิติ กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านพลังงานยังรวมถึงการส่งเสริมไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์ม และเอทานอลจากอ้อยและมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่คนไทยผลิตได้ ช่วยลดการพึ่งน้ำมันนำเข้า พร้อมสร้างรายได้กลับสู่เกษตรกรและเศรษฐกิจภายในประเทศด้วย&nbsp;</p>

<p>&quot;การอุดหนุนราคาน้ำมันทั่วไปช่วยได้เพียงชั่วคราว ขณะที่แนวทางระยะยาวควรสร้างแรงจูงใจให้เกิดการใช้พลังงานทางเลือกที่ไทยผลิตเองได้มากขึ้น เพื่อทำให้ประเทศมีความเข้มแข็ง ลดการพึ่งพาต่างประเทศ และให้ประโยชน์กลับไปยังเกษตรกรไทยโดยตรง&quot; นายเอกนิติ กล่าว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiochumphae.prd.go.th/th/file/get/file/202609264f6b36ad59ab65d4cccb6030d30e8dd9104824.jpg' type='image/jpg' length='196944' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รองโฆษกรัฐบาลแจงไทยมีฐานการผลิตอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์ในประเทศ ไม่ได้พึ่งการนำเข้าอย่างเดียว ตัวเลขการนำเข้าแผงโซลลาร์ 99.3% จากจีนไม่ใช่ภาพรวมทั้งหมด แต่มีการใช้ชิ้นส่วนผลิตในประเทศกว่า 2.66 หมื่นล้านบาทต่อปี]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/545018</link>
<guid isPermaLink="false">c1add335409e487ea4e0c9d7aa64ddbd</guid>
<pubDate>Sat, 26 Sep 2026 07:55:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (26 กันยายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีมีการนำเสนอข้อมูลว่า ในช่วงเดือนมกราคม&ndash;กรกฎาคม 2569 ไทยนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์จากจีนคิดเป็นสัดส่วน 99.3% ของมูลค่าการนำเข้า ว่า ตัวเลขดังกล่าวควรพิจารณาให้ครบถ้วน เนื่องจากเป็น &ldquo;สัดส่วนแหล่งที่มาของสินค้านำเข้า&rdquo; ไม่ใช่สัดส่วนของแผงโซลาร์เซลล์ทั้งหมดที่ใช้ในประเทศไทย และไม่ใช่สัดส่วนงบประมาณของมาตรการโซลาร์ภาคประชาชนที่จะจ่ายไปยังต่างประเทศ</p>

<p>นางสาวลลิดา กล่าวว่า ข้อมูลด้านการส่งเสริมการลงทุนสะท้อนว่า ประเทศไทยมีฐานการผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว โดยปัจจุบันมีโครงการที่อยู่ระหว่างได้รับการส่งเสริมการลงทุน 32 โครงการ จาก 22 บริษัท ครอบคลุมห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่เวเฟอร์ เซลล์แสงอาทิตย์ แผงเซลล์แสงอาทิตย์ ไปจนถึงอินเวอร์เตอร์</p>

<p>ที่สำคัญ ฐานการผลิตดังกล่าวมีการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนที่ผลิตได้ภายในประเทศในกระบวนการผลิต คิดเป็นมูลค่ากว่า 26,680 ล้านบาทต่อปี สะท้อนถึงความเชื่อมโยงระหว่างอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์กับผู้ผลิตและห่วงโซ่อุปทานของไทย และเป็นโอกาสในการต่อยอดให้การขยายตัวของพลังงานสะอาดสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้น</p>

<p>นอกจากนี้ โครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนทั้ง 32 โครงการ มีกำลังการผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์รวมกันมากกว่า 49,000 เมกะวัตต์พีคต่อปี สะท้อนว่าประเทศไทยมีฐานการผลิตในอุตสาหกรรมนี้อยู่ในประเทศ ไม่ได้พึ่งพาการนำเข้าเพียงด้านเดียว</p>

<p>&ldquo;ตัวเลข 99.3% บอกว่าแผงโซลาร์เซลล์ที่ไทย &lsquo;นำเข้า&rsquo; มาจากประเทศใด แต่ไม่ได้บอกว่าแผงโซลาร์เซลล์ทั้งหมดที่ไทย &lsquo;ใช้&rsquo; ผลิตจากประเทศใด และไม่ได้หมายความว่าเงินของโครงการรัฐ 99.3% จะไหลออกไปจีน เพราะประเทศไทยมีฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานโซลาร์ของตัวเองอยู่แล้ว การหยิบเฉพาะตัวเลขนำเข้ามาสรุปภาพทั้งอุตสาหกรรม จึงอาจทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อนได้&rdquo; นางสาวลลิดา กล่าว</p>

<p>รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า การประเมินประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจากการส่งเสริมโซลาร์ภาคประชาชนจึงควรพิจารณาให้ครบทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่แหล่งผลิตอุปกรณ์ การใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศ ไปจนถึงงานติดตั้ง ระบบไฟฟ้า และการบำรุงรักษา โดยข้อมูลฐานอุตสาหกรรมที่มีอยู่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและโอกาสในการต่อยอดผู้ประกอบการในประเทศ อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 26,680 ล้านบาทต่อปีเป็นมูลค่าการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศของฐานการผลิตที่มีอยู่ ไม่ใช่ประมาณการเม็ดเงินใหม่ที่จะเกิดขึ้นจากมาตรการโซลาร์ภาคประชาชน</p>

<p>ขณะเดียวกัน รัฐบาลให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยควบคู่กับการขยายการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ให้ความสำคัญกับการกำกับมาตรฐานอุปกรณ์สำหรับระบบโซลาร์รูฟท็อป โดยอุปกรณ์จากต่างประเทศจะต้องผ่านมาตรฐานสากลด้านไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง หรือ IEC ซึ่งสามารถนำมาเทียบเพื่อออกมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก. ของไทยได้</p>

<p>การกำกับมาตรฐานครอบคลุมอุปกรณ์สำคัญของระบบ ตั้งแต่แผงเซลล์แสงอาทิตย์ เครื่องตัดวงจรไฟฟ้ากระแสตรง ฟิวส์ สายไฟ แบตเตอรี่สำหรับระบบกักเก็บพลังงาน อินเวอร์เตอร์ ขั้วต่อสายไฟกระแสตรง และตู้รวมสายไฟเซลล์แสงอาทิตย์ รวมถึงให้ความสำคัญกับมาตรฐานของผู้ดำเนินการติดตั้ง เพื่อให้ประชาชนได้รับระบบที่มีคุณภาพและปลอดภัย</p>

<p>&ldquo;รัฐบาลมองการส่งเสริมโซลาร์ภาคประชาชนมากกว่าเรื่องจำนวนแผงที่ติดตั้ง แต่ต้องทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากพลังงานสะอาดอย่างคุ้มค่าและปลอดภัย พร้อมใช้ความต้องการที่เพิ่มขึ้นเป็นโอกาสต่อยอดฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานในประเทศไทย ดังนั้น การพิจารณานโยบายนี้ควรดูข้อมูลให้ครบทั้งการนำเข้า การผลิตในประเทศ การใช้ชิ้นส่วนไทย ตลอดจนมาตรฐานและการติดตั้ง เพื่อให้เห็นภาพที่ครบถ้วนของอุตสาหกรรมโซลาร์ไทย&rdquo; นางสาวลลิดา กล่าว</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/169291">https://www.thaigov.go.th/th/news/169291</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiochumphae.prd.go.th/th/file/get/file/202609269fe02e70bea3688ba4aa2d4d2335aea8075523.jpeg' type='image/jpg' length='72023' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“โพยส่วนตัว” จดเลขผู้สมัครได้! รองโฆษกรัฐบาลย้ำชัด เข้าหน่วยเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 27 ก.ย. แต่ห้าม “เอกสารหาเสียง”]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/545017</link>
<guid isPermaLink="false">99c34e092565dbe4a559b6e2123dd319</guid>
<pubDate>Sat, 26 Sep 2026 07:53:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (26 กันยายน 2569) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลขอชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการนำ &ldquo;โพยเลือกตั้ง&rdquo; เข้าหน่วยเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เพื่อให้ผู้ประกันตนเข้าใจกติกาตรงกัน และสามารถใช้สิทธิได้อย่างมั่นใจในการเลือกตั้งวันที่ 27 กันยายน 2569</p>

<p><br />
&nbsp;</p>

<p>โดย การจดหมายเลขผู้สมัครไว้ช่วยจำเป็นการส่วนตัว สามารถทำได้ ไม่ถือว่าผิดระเบียบ โดยที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งประกันสังคม เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 มีมติเห็นชอบว่า ไม่มีข้อห้ามในการจดหมายเลขผู้สมัครไว้ดูเป็นการส่วนตัว ดังนั้น หากกังวลว่าจะจำหมายเลขไม่ได้ สามารถจดไว้บนฝ่ามือหรือกระดาษแผ่นเล็กเพื่อช่วยจำได้ แต่ต้องไม่แสดงหมายเลขดังกล่าวให้ผู้อื่นเห็น</p>

<p>ขณะที่ สิ่งที่ห้าม คือ การนำเอกสารหรือวัสดุที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงของผู้สมัครเข้าไปในสถานที่เลือกตั้ง ตามระเบียบฯ ข้อ 44 จึงขอให้ผู้ประกันตนแยกให้ชัดเจนระหว่าง &ldquo;โพยส่วนตัวเพื่อช่วยจำ&rdquo; กับ &ldquo;เอกสารหาเสียง&rdquo; ซึ่งเป็นคนละกรณีกัน</p>

<p>&ldquo;หลักสำคัญคือ จดหมายเลขไว้ช่วยจำได้ แต่ห้ามนำเอกสารหาเสียงเข้าไปในหน่วยเลือกตั้ง ขอให้พี่น้องผู้ประกันตนแยก 2 เรื่องนี้ออกจากกัน เพื่อให้สามารถใช้สิทธิของตัวเองได้อย่างเต็มที่และมั่นใจ&rdquo; รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว</p>

<p>สำหรับผู้ประกันตนที่ไม่ต้องการจดหมายเลขไว้ สามารถตรวจสอบหมายเลขผู้สมัครจากประกาศรายชื่อที่บริเวณหน้าหน่วยเลือกตั้งก่อนเข้าคูหาได้ โดยการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจะมีขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 เวลา 08.00&ndash;16.00 น.</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/169290">https://www.thaigov.go.th/th/news/169290</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiochumphae.prd.go.th/th/file/get/file/202609268f242b54a1e4d1f78785f42a6bcdc3c7075405.jpeg' type='image/jpg' length='100595' />
</item>
</channel>
</rss>
