<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/index/id/9</link>
<atom:link href="https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/index/id/9" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[สยามซีเพลน ผนึกกำลัง สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เปิดตัวบริการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางอากาศ  พร้อมเตรียมต่อยอดสู่การขนส่งผู้ป่วยด้วยเครื่องบินทะเล ในปี 2570]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/544790</link>
<guid isPermaLink="false">05927f46a39744272dc55170642ce657</guid>
<pubDate>Fri, 25 Sep 2026 09:57:07 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2><strong>สยามซีเพลน ผนึกกำลัง สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เปิดตัวบริการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางอากาศ </strong></h2>

<h2><strong>พร้อมเตรียมต่อยอดสู่การขนส่งผู้ป่วยด้วยเครื่องบินทะเล ในปี 2570</strong></h2>

<p><img alt="" src="https://radiochumphae.prd.go.th/cms/s1/u2682/4.jpg" style="width: 500px; height: 281px;" /></p>

<p>จากซ้ายไปขวา: กรองกาญจน์ พุ่มวิเศษ ผู้ช่วยเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ; ดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ; ดร.วรกัญญา สิริพิเดช ประธานกรรมการบริหารและกรรมการบริษัท สยาม ซีเพลน จำกัด; และ นราวุฒิ งามดี หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการบิน บริษัท สยาม ซีเพลน จำกัด</p>

<p>กรุงเทพฯ ประเทศไทย &mdash; 24 กันยายน 2569 &ndash; บริษัท สยาม ซีเพลน จำกัด (Siam Seaplane) ผู้นำการให้บริการเครื่องบินเช่าเหมาลำส่วนตัวและเครื่องบินทะเล (Seaplane) ระดับพรีเมียมในประเทศไทย เดินหน้าขยายขีดความสามารถด้านการแพทย์ฉุกเฉินทางอากาศ (Medevac) ลงนามข้อตกลงความร่วมมือครั้งสำคัญกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ในฐานะหนึ่งในพันธมิตรหลักด้านการดำเนินงานบริการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางการแพทย์ เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา โดยความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการนำฝูงบินของสยามซีเพลนมาใช้เพื่อให้บริการขนส่งผู้ป่วยทางอากาศ เชื่อมโยงเครือข่ายการบินสู่ทั้งท่าอากาศยานหลักและสนามบินรองในระดับภูมิภาคทั่วประเทศไทย พร้อมต่อยอดการให้บริการไปสู่เที่ยวบินระหว่างประเทศ และการให้บริการด้วยเครื่องบินทะเลในปี 2570</p>

<p>ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว สยามซีเพลนจะนำเครื่องบินที่ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์และเตรียมความพร้อมสำหรับการลำเลียงผู้ป่วยโดยเฉพาะ มาสนับสนุนบริการทางการแพทย์เพื่อเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ห่างไกลในจังหวัดต่าง ๆ เข้ากับสถานพยาบาลชั้นนำในเครือข่ายศูนย์กลางการแพทย์ของ สพฉ. โดยอาศัยเครือข่ายทั้งท่าอากาศยานหลักและสนามบินรองในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยบริการดังกล่าวจะช่วยลดระยะเวลาในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินจากพื้นที่ห่างไกลได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกรณีที่การเดินทางทางบกใช้เวลานานเกินไป และไม่มีเที่ยวบินพาณิชย์ให้บริการ</p>

<p>ดร. พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า &ldquo;ความร่วมมือระหว่างสยามซีเพลนและสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างหลักประกันให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงบริการการแพทย์ฉุกเฉินที่มีคุณภาพและช่วยชีวิตผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใดของประเทศไทย&rdquo; พร้อมเสริมว่า &ldquo;ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของ สพฉ. เข้ากับศักยภาพด้านอากาศยานจากสยามซีเพลน เราสามารถลดระยะเวลาในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากพื้นที่ห่างไกลได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมนำส่งผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลชั้นนำได้โดยตรง ความร่วมมือครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้เราขยายการเข้าถึงและเพิ่มความพร้อมด้านอากาศยาน ผ่านการสานต่อความร่วมมือกับภาคเอกชนให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยเสริมขีดความสามารถในการรับมือเหตุฉุกเฉินได้อย่างครอบคลุมทั่วประเทศ&rdquo;&nbsp;</p>

<p>ดร.วรกัญญา สิริพิเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามซีเพลน กล่าวว่า &ldquo;การร่วมมือกับ สพฉ. ช่วยให้เราสามารถนำฝูงบินของเราเข้าไปสนับสนุนการลำเลียงผู้ป่วยในพื้นที่ที่ต้องการการเข้าถึงอย่างเร่งด่วนได้อย่างทันท่วงที&rdquo; พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า &ldquo;การเชื่อมต่อสนามบินในพื้นที่ห่างไกลเข้ากับศูนย์กลางการแพทย์ในเขตเมืองโดยตรง จะช่วยยกระดับการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งจะช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญให้แก่ชุมชนในพื้นที่ชนบททั่วประเทศไทย&rdquo;</p>

<p>ความร่วมมือระหว่างสององค์กรจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่โครงสร้างพื้นฐานด้านการแพทย์ของประเทศไทยในระดับภูมิภาค พร้อมยกระดับความปลอดภัยสำหรับทั้งประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวจากต่างชาติ โดยเครื่องบินที่ให้บริการจะอำนวยความสะดวกสำหรับการติดตั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ซึ่งเหมาะสมสำหรับการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินบนเครื่อง พร้อมด้วยทีมบุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการประสานงานจากจาก สพฉ. และได้รับการฝึกอบรมด้านการดูแลผู้ป่วยระหว่างการเดินทางทางอากาศ</p>

<p><img alt="" src="https://radiochumphae.prd.go.th/cms/s1/u2682/6.jpg" style="width: 500px; height: 281px;" /></p>

<p>&ldquo;ทุกวินาทีมีความสำคัญเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ และด้วยความคล่องตัวของฝูงบินของเรา เราจึงสามารถเข้าถึงสนามบินภูมิภาคและพื้นที่ห่างไกลที่สายการบินทั่วไปและรถพยาบาลภาคพื้นดินอาจไม่สามารถเข้าถึงได้อย่างมีประสิทธิภาพ&rdquo; ดร.วรกัญญา กล่าวย้ำ &ldquo;การทำงานร่วมกับ สพฉ. ในวันนี้จะช่วยวางรากฐานระบบการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินที่สามารถเชื่อมต่อพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ และจะขยายขีดความสามารถให้ครอบคลุมยิ่งขึ้นในอนาคต เมื่อเราเตรียมเปิดให้บริการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางการแพทย์ด้วยเครื่องบินทะเลในปี 2570&rdquo;</p>

<p>บริการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางการแพทย์ระหว่างสยามซีเพลนและ สพฉ. มีกำหนดเปิดให้บริการในเดือนพฤศจิกายน 2569 โดยจะใช้เครื่องบินรุ่น เซสนา แกรนด์ คาราวาน C208B EX (Cessna Grand Caravan C208B EX) สำหรับการลำเลียงผู้โดยสารที่ต้องการความดูแลทางการแพทย์เป็นพิเศษ (Special Condition Passengers - SPCs) ทั่วประเทศ โดยเครื่องบินรุ่นดังกล่าวถูกออกแบบมาโดยมีประตูห้องสัมภาระขนาดใหญ่ ช่วยให้สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่นอนบนเปลหามสำหรับเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีห้องโดยสารที่กว้างขวางและไม่มีการปรับความดันอากาศ เพื่อรองรับกับอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น และเอื้อให้ทีมแพทย์สามารถปฏิบัติงานและเคลื่อนย้ายภายในห้องโดยสารได้สะดวกยิ่งขึ้น เครื่องบินรุ่นนี้ยังสามารถรองรับการลำเลียงผู้ประสบอุบัติเหตุจากการดำน้ำ ซึ่งไม่สามารถเดินทางด้วยอากาศยานที่มีการปรับความดันภายในห้องโดยสารได้อีกด้วย โดยในระยะแรก สยามซีเพลนจะให้บริการลำเลียงผู้ป่วยระหว่างสนามบิน ก่อนขยายการให้บริการให้ครอบคลุมการขึ้นลงทางน้ำในปี 2570</p>

<p>สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.siamseaplane.com/medevac</p>

<p>เกี่ยวกับสยาม ซีเพลน และ สยาม ซีนิค บริษัท สยาม ซีเพลน จำกัด (Siam Seaplane) ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2562 และกำลังเตรียมพร้อมที่จะเปิดให้บริการเครื่องบินสะเทินน้ำสะเทินบก หรือ เครื่องบินทะเล (Seaplane) สายการบินแรกในประเทศ เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่รวดเร็ว สะดวกสบาย และไร้รอยต่อไปยังรีสอร์ทหรูริมชายหาดและท่าจอดเรือยอร์ชชั้นนำ ถือเป็นบริการระดับพรีเมียมสำหรับนักท่องเที่ยว รวมถึงบริการระดับ VIP สำหรับผู้บริหารและบุคคลสำคัญ โดยในส่วนของ สยาม ซีนิค (Siam Scenic) ซึ่งเป็นแบรนด์ในเครือ สยาม ซีเพลน ให้บริการเครื่องบินเช่าเหมาลำซึ่งบินจากสนามบินสู่สนามบิน (Land-to-Land) และเที่ยวบินชมทิวทัศน์ในประเทศไทยที่ออกแบบเพื่อพาลูกค้าไปสัมผัสความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติเเละสมบัติทางวัฒนธรรมของเเต่ละภูมิภาคผ่านการเดินทางทางอากาศที่ออกเเบบมาโดยเฉพาะ โดยเครื่องบินรุ่น เซสนา แกรนด์ คาราวาน 208 อีเอ็กซ์ (Cessna Grand Caravan 208 EX) ของเรานั้นสามารถมอบความสะดวกสบายเทียบเท่ากับเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวในราคาที่เข้าถึงได้ Once in a lifetime &mdash; every time.</p>

<p>เกี่ยวกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) มีบทบาทในการกำกับดูแล ประสานงาน และพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินที่มีคุณภาพและช่วยชีวิตได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม</p>

<p>ข้อมูลเพิ่มเติม: www.siamseaplane.com<br />
&nbsp;marketing@siamseaplane.com</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[สนามประลองครั้งใหม่เปิดแล้ว MOS Olympic Thailand Competition 2027 ชิงตั๋วบินลัดฟ้าสู่สหรัฐอเมริกา]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/544789</link>
<guid isPermaLink="false">a5aa103dba77066c51435fb703ad53e4</guid>
<pubDate>Fri, 25 Sep 2026 09:56:41 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h1><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="color:#0000ff;"><strong>MOS Olympic Thailand Competition 2027</strong></span></span></span></h1>

<p><span style="font-size:20px;">ขอเชิญชวนนักเรียน นิสิต และนักศึกษา สมัครเข้าร่วมการแข่งขัน <strong>MOS Olympic Thailand Competition 2027</strong> เวทีแห่งการพิสูจน์ศักยภาพและอัปสกิลการใช้งานโปรแกรม Microsoft Office (Word, Excel, PowerPoint) สู่มาตรฐานสากล พร้อมโอกาสก้าวสู่การเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันในระดับนานาชาติ</span></p>

<p><img alt="" src="https://radiochumphae.prd.go.th/cms/s1/u785/banner_MOS_Olympic_2027_3_Stag.jpg" style="width: 672px; height: 950px;" /></p>

<h2><span style="font-size:22px;"><strong>วัตถุประสงค์โครงการ</strong></span></h2>

<ol>
	<li><span style="font-size:20px;">เพื่อพัฒนาเยาวชนไทยให้มีทักษะการใช้งานโปรแกรมสำนักงานอย่างมีประสิทธิภาพ</span></li>
	<li><span style="font-size:20px;">เพื่อยกระดับมาตรฐานความรู้สู่ระดับสากลด้วยใบประกาศนียบัตรรับรอง</span></li>
	<li><span style="font-size:20px;">เพื่อเตรียมความพร้อมและสร้างประสบการณ์จริงสำหรับโลกการศึกษาและการทำงานในอนาคต</span></li>
</ol>

<h2><span style="font-size:22px;"><strong>คุณสมบัติผู้สมัคร</strong></span></h2>

<ul>
	<li><span style="font-size:20px;">เป็นเยาวชนสัญชาติไทยที่มีอายุระหว่าง 15-21 ปี บริบูรณ์ (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2570)</span></li>
	<li><span style="font-size:20px;">กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช., ปวส., หรือปริญญาตรี (ไม่จำกัดสาขาหรือชั้นปี)</span></li>
</ul>

<h2><span style="font-size:22px;"><strong>รูปแบบและค่าธรรมเนียมการสมัคร</strong></span><span style="font-size:20px;"></span></h2>

<p><span style="font-size:20px;">**<strong>ผู้สมัครสามารถเลือกสมัครและชำระเงินในแต่ละรอบได้อย่างอิสระตามความพร้อม</strong><br />
(หรือเลือกสมัครเฉพาะรอบที่ 3 เพื่อแข่งขันอย่างเดียวได้)&nbsp;</span></p>

<hr />
<h2><span style="font-size:22px;"><strong>กำหนดการในแต่ละรอบกิจกรรม</strong></span></h2>

<h3><span style="font-size:20px;"></span><span style="font-size:24px;"><strong><span style="color:#0000cd;"><span style="background-color:#ffffe0;">STAGE 01 - SCREEN</span></span></strong></span><span style="font-size:20px;"><strong> </strong></span><span style="font-size:20px;">(ค่าสมัคร 300 บาท)<br />
รูปแบบ : Online<br />
ระยะเวลากิจกรรม : 6 ชั่วโมง&nbsp;</span></h3>

<ul>
	<li><span style="font-size:20px;">(รุ่นที่ 1) 21 พฤศจิกายน 2569</span></li>
	<li><span style="font-size:20px;">(รุ่นที่ 2) 12 ธันวาคม 2569</span></li>
	<li><span style="font-size:20px;">(รุ่นที่ 3) 16 มกราคม 2570</span></li>
</ul>

<p><span style="font-size:20px;"><strong>สิ่งที่จะได้รับ</strong></span></p>

<ul>
	<li>อบรม Online Microsoft Office ครบทั้ง 3 โปรแกรม (Word, Excel, PowerPoint)<span style="font-size:20px;"></span></li>
	<li><span style="font-size:20px;">ประเมินความรู้ Microsoft Office ครบทั้ง 3 โปรแกรม</span></li>
	<li><span style="font-size:20px;">รับใบรายงานผลคะแนนรายบุคคล</span></li>
	<li><span style="font-size:20px;">ใบประกาศนียบัตรเข้าร่วมกิจกรรม MOS Olympic Thailand 2027</span></li>
</ul>

<h3><span style="font-size:24px;"><strong><span style="color:#0000cd;"><span style="background-color:#ffffe0;">STAGE 02&nbsp;- BOOST</span>&nbsp;</span></strong></span><span style="font-size:20px;"></span><span style="font-size:20px;">(ค่าสมัคร 800 บาทต่อโปรแกรม)<br />
<strong>สามารถเลือกสมัครได้มากกว่า 1 โปรแกรม </strong>จาก Microsoft Word, Excel และ PowerPoint</span></h3>

<p><span style="font-size:20px;">รูปแบบ : Online<br />
ระยะเวลากิจกรรม : 6 ชั่วโมง&nbsp;</span></p>

<ul>
	<li><span style="font-size:20px;">6 กุมภาพันธ์ 2570 : Microsoft Word</span></li>
	<li><span style="font-size:20px;">13 กุมภาพันธ์ 2570 : Microsoft Excel</span></li>
	<li><span style="font-size:20px;">14 กุมภาพันธ์ 2570 : Microsoft PowerPoint</span></li>
</ul>

<p><span style="font-size:20px;"><strong>สิ่งที่จะได้รับ</strong></span></p>

<ul>
	<li>อบรม Online เจาะลึกจำนวน 6 ชั่วโมงต่อโปรแกรม<span style="font-size:20px;"></span></li>
	<li><span style="font-size:20px;">รับสิทธิ์สอบ Microsoft Office Specialist (MOS) Certificate แบบ Online ในโปรแกรมที่เลือกไว้</span></li>
	<li><span style="font-size:20px;">ใบประกาศนียบัตรเข้าร่วมกิจกรรม MOS Olympic Thailand 2027</span></li>
</ul>

<p><span style="font-size:24px;"><strong><span style="color:#0000cd;"><span style="background-color:#ffffe0;">STAGE 03&nbsp;- BATTLE</span>&nbsp;</span></strong></span><span style="font-size:20px;">(ค่าสมัคร 1,100 บาท)<br />
รูปแบบ : Online 1 วัน และ Onsite 2 วัน ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ</span></p>

<ul>
	<li><span style="font-size:20px;">26 มีนาคม 2570 : อบรม Online</span></li>
	<li><span style="font-size:20px;">27 มีนาคม 2570 : อบรม Onsite พร้อมสอบแข่งขัน</span></li>
	<li><span style="font-size:20px;">28 มีนาคม 2570 : พิธีประกาศผลการแข่งขัน</span></li>
</ul>

<p><span style="font-size:20px;"><br />
<strong>สิ่งที่จะได้รับ</strong></span></p>

<ul>
	<li>การอบรม Online 1 วัน และ Onsite 1 วัน</li>
	<li><span style="font-size:20px;">การแข่งขันรอบสุดท้ายเพื่อชิงชัยในระดับประเทศ (เลือกแข่งขันได้ 1 โปรแกรม)</span></li>
</ul>

<p><span style="font-size:20px;"></span><span style="font-size:18px;"></span><br />
<span style="color:#a52a2a;"><span style="font-size:22px;"><strong>รางวัลการแข่งขันในรอบ BATTLE&nbsp;</strong></span></span><span style="font-size:20px;"></span><span style="font-size:20px;"></span></p>

<h2><span style="font-size:22px;"><span style="color:#0000ff;"><strong>ทุนการศึกษา (ในแต่ละโปรแกรม)</strong></span></span></h2>

<ul>
	<li>
	<p><span style="font-size:20px;">ชนะเลิศ : ทุนการศึกษา 8,000 บาท</span></p>
	</li>
	<li>
	<p><span style="font-size:20px;">อันดับ 2 : ทุนการศึกษา 6,000 บาท</span></p>
	</li>
	<li>
	<p><span style="font-size:20px;">อันดับ 3 : ทุนการศึกษา 4,000 บาท</span></p>
	</li>
	<li>
	<p><span style="font-size:20px;">อันดับ 4 : ทุนการศึกษา 2,000 บาท</span></p>
	</li>
	<li>
	<p><span style="font-size:20px;">อันดับ 5 : ทุนการศึกษา 1,000 บาท</span></p>
	</li>
</ul>

<h3><span style="font-size:20px;"></span><br />
<span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:22px;"><strong>รางวัล Thailand Representative Award (ตัวแทนประเทศไทย)</strong></span></span><span style="font-size:20px;"><br />
ตัวแทนประเทศไทยจะได้รับโล่เกียรติยศ พร้อมตั๋วเครื่องบินไป-กลับสหรัฐอเมริกา และสนับสนุนค่าใช้จ่ายตลอดการเดินทางเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันและศึกษาดูงาน ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา (รวมมูลค่ากว่า 350,000 บาท)</span></h3>

<p><span style="font-size:18px;">อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง &gt;&gt; <a href="https://www.prd.go.th/th/content/page/index/id/527847" target="_blank">เด็กไทยสร้างประวัติศาสตร์ คว้ารองแชมป์โลก Microsoft Excel บนเวที Microsoft Office Specialist World Championship 2026</a></span></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><span style="font-size:20px;"><strong>ระยะเวลาเปิดรับสมัครตลอดทั้งกิจกรรม : <span style="color:#0000ff;">ตั้งแต่วันนี้ ถึง 15 มีนาคม 2570</span></strong><br />
<span style="color:#a52a2a;">กรณีต้องการเข้าร่วม Stage 1 หรือ Stage 2 จะต้องสมัครและชำระเงินก่อนถึงวันที่จัดกิจกรรมในรอบนั้นๆ</span></span></p>

<blockquote>
<p><span style="font-size:14px;"><strong>สมัครและติดตามข่าวสาร : https://aritcompetition.com/</strong></span></p>
</blockquote>

<p><span style="font-size:20px;"><br />
หมายเหตุ : สถาบันการศึกษา ครูที่ปรึกษาที่ส่งนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมตามเงื่อนไข จะได้รับสิทธิ์อบรมและสอบ Microsoft Certified Educator (MCE) ฟรี (ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์กิจกรรม)</span></p>

<hr />
<p><span style="font-size:20px;"><strong>ติดต่อสอบถาม</strong></span><span style="font-size:20px;"><br />
บริษัท เออาร์ไอที จำกัด<br />
โทร. 02-610-3093<br />
E-mail : nalinthornw@ar.co.th / achirayat@ar.co.th</span></p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[จีเอ็มแอล เดินหน้าจัด DronTech Asia 2026 รับเศรษฐกิจเพดานบินต่ำมาแรง ชี้ตลาดโดรนไทยมูลค่ากว่า 8,629 ล้านบาท โตต่อเนื่องกว่า 10% ต่อปี]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/544788</link>
<guid isPermaLink="false">8f7ab1bc5d4165f4057fb927f3e6cff0</guid>
<pubDate>Fri, 25 Sep 2026 09:56:04 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://radiochumphae.prd.go.th/cms/s1/u934/DronTech Asia 2026/1234LINE_ALBUM_23062025_ส่งมอบลำ._260909_1.jpg" style="width: 500px; height: 375px;" /><br />
&nbsp;</p>

<p>&ldquo;จีเอ็มแอล เอ็กซิบิชั่น&rdquo; รับกระแส &ldquo;เศรษฐกิจเพดานบินต่ำ&rdquo; หลังตลาดโดรนไทยมีมูลค่ากว่า 8,629 ล้านบาท และเติบโตกว่า 10% ต่อปี เดินหน้าจัด DronTech Asia 2026 ดึงผู้ประกอบการกว่า 100 บริษัทจากไทยและต่างประเทศร่วมจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ รับการขยายตัวของการใช้งานโดรนตั้งแต่ภาคเกษตร อุตสาหกรรม ความมั่นคง ไปจนถึงโลจิสติกส์แห่งอนาคต คาดผู้เข้าชมงานกว่า 5,000 คน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 100&ndash;150 ล้านบาท</p>

<p>น.ส.เยาวลักษณ์ ชูวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการ บริษัท จีเอ็มแอล เอ็กซิบิชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ กำลังเปิดโอกาสให้เกิดกิจกรรมและรูปแบบธุรกิจใหม่ หนึ่งในแนวโน้มที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ &ldquo;เศรษฐกิจเพดานบินต่ำ&rdquo; ซึ่งครอบคลุมกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการประยุกต์ใช้อากาศยานไร้คนขับในพื้นที่การบินระดับต่ำ อาทิ การขนส่งสินค้า เกษตรกรรม การสำรวจและตรวจการณ์ ไปจนถึงภารกิจด้านความปลอดภัยและกู้ภัย เป็นต้น</p>

<p>ปัจจุบัน ตลาดธุรกิจโดรนในประเทศไทยมีมูลค่ามากกว่า 260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8,629 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตกว่า 10% ต่อปี โดยการขยายตัวของอุตสาหกรรมมีแนวโน้มสร้างทั้งธุรกิจและอาชีพใหม่ ตั้งแต่ผู้บังคับโดรน ช่างซ่อมบำรุง ไปจนถึงบุคลากรด้านการบริหารจัดการจราจรโดรน รวมบุคลากรที่ถึงการนำ AI เพื่อเข้ามาช่วยวางแผนเส้นทางและเพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบ<br />
น.ส.เยาวลักษณ์ กล่าวว่า ในหลายพื้นที่ของประเทศจีน การใช้งานโดรนได้ขยายจากภาคอุตสาหกรรมไปสู่การขนส่งสินค้า รวมถึงการพัฒนาบริการขนส่งผู้โดยสารทางอากาศในเชิงพาณิชย์ สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสของเศรษฐกิจเพดานบินต่ำที่อาจเข้ามามีบทบาทต่อระบบคมนาคมและโลจิสติกส์ในอนาคต</p>

<p>ดังนั้น เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงและใช้ประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจเพดานบินต่ำ บริษัทฯ จึงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าจัดงาน DronTech Asia 2026 (ครั้งที่ 3) ระหว่างวันที่ 11 &ndash; 13 พฤศจิกายน 2569 ฮอลล์ 5 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้พัฒนาเทคโนโลยี หน่วยงานภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และผู้ใช้งาน พร้อมนำเสนอสินค้า เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านโดรนและระบบไร้คนขับจากประเทศไทยและต่างประเทศ</p>

<p>ทั้งนี้ การจัดงานครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2024 มีผู้ผลิตโดรนเข้าร่วมงาน 70 บริษัท มีผู้เข้าชมงานประมาณ 3,000 คน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเกือบ 100 ล้านบาท ขณะที่การจัดงานในปีนี้ มีผู้ผลิตโดรนเข้าร่วมมากกว่า 100 บริษัท แบ่งเป็นผู้ผลิตโดรนจากประเทศไทยประมาณ 40% และผู้ผลิตจากต่างประเทศอีก 60% ประกอบด้วยผู้ผลิตโดรนชั้นนำจากจีน ตุรกี รัสเซีย ฝรั่งเศส สหรัฐฯ และสิงคโปร์</p>

<p>สำหรับปีนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 5,000 คน และเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 100&ndash;150 ล้านบาท โดยผู้เข้าชมงานภายในประเทศส่วนใหญ่จะมาจากหน่วยงานราชการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคธุรกิจ ขณะที่ผู้เข้าร่วมงานจากต่างประเทศ บริษัทฯ ได้เชิญผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐจากประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน อาทิ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ เข้าร่วมงานเพื่อสร้างโอกาสในการเชื่อมโยงธุรกิจและขยายความร่วมมือในระดับภูมิภาค</p>

<p>&ldquo;ปัจจุบันแนวโน้มความสนใจในอุตสาหกรรมโดรนเปลี่ยนแปลงไปมาก จากเดิมที่มุ่งเน้นตัวโดรนเป็นหลัก แต่ขณะนี้ตลาดให้ความสำคัญกับซอฟต์แวร์และระบบต่อต้านโดรน (Anti-drone) เพิ่มขึ้น รวมถึงให้ความสนใจกับโดรนที่ใช้เทคโนโลยี AI ตลอดจนโดรนสำหรับภารกิจกู้ภัย ดับเพลิง ป้องกันประเทศ และสำรวจพื้นที่มากขึ้น&rdquo; น.ส.เยาวลักษณ์ กล่าว</p>

<p>ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรเดช ตัญตรัยรัตน์ ที่ปรึกษา บริษัท ไอครีเอทีฟซิสเต็มส์ จำกัด กล่าวว่า ในอนาคตอันใกล้จะมีการนำโดรนเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในภาคโลจิสติกส์ ซึ่งปัจจุบันได้เริ่มมีการนำร่องใช้โดรนในการจัดส่งยาและเวชภัณฑ์ไปยังพื้นที่ห่างไกลและพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ว</p>

<p>ทั้งนี้ การพัฒนากฎระเบียบและโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเปิดทางให้เกิดการใช้งานเชิงพาณิชย์ในรูปแบบใหม่ ๆ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) อยู่ระหว่างผลักดันการพัฒนาธุรกิจโดรนในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการพัฒนากฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการบินระดับต่ำและการประยุกต์ใช้โดรนในภาคโลจิสติกส์ในอนาคต<br />
สำหรับการเข้าร่วมงาน DronTech Asia 2026 บริษัท ไอครีเอทีฟซิสเต็มส์ จำกัด มีแผนเปิดตัวระบบ &ldquo;Drone in a Box&rdquo; ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสถานีจัดเก็บและชาร์จโดรนอัตโนมัติ (Drone Docking Station) ช่วยให้โดรนสามารถบินขึ้นเพื่อปฏิบัติภารกิจ กลับมาชาร์จพลังงาน และส่งต่อข้อมูลได้โดยอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องมีนักบินควบคุมอยู่ในพื้นที่จริง</p>

<p>เทคโนโลยีดังกล่าวเหมาะสำหรับการนำไปใช้ในงานตรวจการณ์ภาคอุตสาหกรรม เหมืองแร่ และงานลาดตระเวนด้านความปลอดภัย ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการปฏิบัติงานได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังได้พัฒนาเทคโนโลยีไปสู่การผลิตโดรนขนาดใหญ่ที่สามารถบินปฏิบัติภารกิจต่อเนื่องได้นานหลายชั่วโมง เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้นในอนาคต<br />
&ldquo;การจัดงาน DronTech Asia 2026 จะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยเพิ่มฐานลูกค้าและยอดขายให้กับบริษัทฯ ได้อย่างมาก เห็นได้จากการจัดงาน DronTech Asia 2024 ซึ่งสามารถสร้างลูกค้าให้กับบริษัทฯ ได้มากถึง 80% ของลูกค้าทั้งปี โดยส่วนใหญ่เป็นลูกค้าจากหน่วยงานภาครัฐ รองลงมาเป็นภาคเอกชนขนาดใหญ่ และยังเป็นโอกาสสำคัญในการขยายตลาดไปสู่กลุ่มลูกค้าต่างประเทศอีกด้วย&rdquo; ผศ.ดร.สุรเดช กล่าว</p>

<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://radiochumphae.prd.go.th/cms/s1/u934/DronTech Asia 2026/OUI_8841.jpg" style="width: 500px; height: 333px;" /></p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[Aice Thailand ส่งต่อความสุขผ่านกิจกรรม “Aice Happiness Experience” ร่วมเติมรอยยิ้มให้น้อง ๆ ณ พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานครแห่งที่ 1 (จตุจักร)]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/544185</link>
<guid isPermaLink="false">fe5428f668021ec0df17c36d2d105aa9</guid>
<pubDate>Wed, 23 Sep 2026 11:33:05 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><b>12-13 กันยายน&nbsp;</b><b>2569</b> <font face="AngsanaUPC">&ndash; Aice Thailand </font>ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายไอศกรีมคุณภาพ และ <b>Official Ice Cream Partner of FIFA World Cup 2026&trade;</b> จัดกิจกรรม <b>&quot;Aice Happiness Experience&quot;</b>ร่วมสนับสนุนงาน Young Creative Minds &ldquo;Kiddy&rsquo;s 4 ภาค&rdquo;&nbsp; ณ พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานครแห่งที่ 1 (จตุจักร)&nbsp; &nbsp;มอบไอศกรีม Aice (ไอซ์) เพื่อเติมความสดชื่นและส่งต่อความสุขให้แก่เด็ก ๆ และครอบครัวที่เข้าร่วมงาน</p>

<p>ภายในงาน เด็ก ๆ ได้เปิดโลกการเรียนรู้วัฒนธรรมไทยทั้ง 4 ภาค ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้ได้คิดและลงมือทำ พร้อมเพลิดเพลินกับไอศกรีม Aice ที่ร่วมเติมเต็มบรรยากาศแห่งความสนุกสนานและสร้างช่วงเวลาดี ๆ ร่วมกันในครอบครัว</p>

<p>กิจกรรม &ldquo;Aice Happiness Experience&rdquo; เป็นส่วนหนึ่งของความตั้งใจของ Aice Thailand ในการส่งต่อความสุขผ่านไอศกรีม พร้อมมีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมสำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว โดยนำแบรนด์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ดีในพื้นที่การเรียนรู้และชุมชน</p>

<p>Aice Thailand มุ่งมั่นส่งต่อความอร่อยและรอยยิ้มผ่านกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด &ldquo;Have an Aice Day&rdquo; เพื่อให้ทุกวันเป็นวันแห่งความสุขที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[แสงไฟฟุ้งกลางคืน...อย่าคิดว่าเป็นเรื่องปกติ จักษุแพทย์ EBH เตือน เช็กสัญญาณ "ต้อกระจก" ระยะแรก ก่อนกระทบคุณภาพชีวิต]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/544184</link>
<guid isPermaLink="false">6bb924605d9bf771323f89c7dd1cc62e</guid>
<pubDate>Wed, 23 Sep 2026 11:30:07 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์มองเห็นแสงไฟหน้ารถหรือไฟถนนแตกเป็นวง มองเห็นแสงฟุ้งในเวลากลางคืน รู้สึกว่าภาพไม่คมชัดเหมือนเดิม แต่คิดว่าเป็นเพียงอาการเมื่อยล้าของดวงตาหรือสายตาเสื่อมตามวัย แต่ในความเป็นจริง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของ <strong>&ldquo;โรคต้อกระจก&rdquo;</strong> ซึ่งเป็นโรคทางตาที่พบมากที่สุดในผู้สูงอายุ และเป็นสาเหตุสำคัญของการสูญเสียการมองเห็นที่สามารถรักษาได้</p>

<p><strong>พญ.เพชรลดา ภิญโญเศรษฐ์ จักษุแพทย์ผู้ชำนาญการด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา EBH โรงพยาบาลตากรุงเทพ</strong> กล่าวว่า ต้อกระจกเกิดจากการเสื่อมของเลนส์แก้วตาตามธรรมชาติ ทำให้เลนส์ตาที่เคยใสเริ่มขุ่นมัว ส่งผลให้แสงผ่านเข้าสู่จอประสาทตาได้ไม่เต็มที่ ผู้ป่วยจึงเริ่มมีอาการมองเห็นภาพมัว สีสันซีดลง เห็นแสงฟุ้งหรือรัศมีรอบดวงไฟ โดยเฉพาะในเวลากลางคืน</p>

<p>&ldquo;ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่าเป็นเพียงสายตาเสื่อม จึงปล่อยไว้จนโรคลุกลาม ทั้งที่หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น สามารถวางแผนการรักษาและกลับมามองเห็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ&rdquo;</p>

<p><strong>สำหรับลักษณะภาพที่เห็นในแต่ละช่วงของโรค ต้อกระจกเป็นโรคที่ค่อย ๆ พัฒนา โดยความผิดปกติของการมองเห็นจะเปลี่ยนแปลงไปตามระยะของโรค ได้แก่</strong></p>

<p><strong>&bull; ระยะเริ่มต้น </strong>ผู้ป่วยจะเริ่มรู้สึกว่าภาพไม่คมชัด สีสันดูหม่นลง โดยเฉพาะสีขาวที่อาจดูออกเหลือง และเริ่มรู้สึกว่าต้องใช้แสงสว่างมากขึ้นในการอ่านหนังสือ</p>

<p><strong>&bull; ระยะปานกลาง</strong> ความขุ่นของเลนส์ตามีมากขึ้น ทำให้มองเห็นแสงไฟฟุ้งกระจาย เห็นรัศมีรอบดวงไฟ (Halos) ขับรถกลางคืนลำบาก และการมองเห็นลดลงอย่างชัดเจน</p>

<p><strong>&bull; ระยะต้อสุก </strong>เลนส์ตาขุ่นเกือบทั้งหมด มองเห็นได้เพียงเงาหรือแสงรำไร หากปล่อยไว้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น ต้อหิน และส่งผลให้การรักษายุ่งยากมากขึ้น</p>

<p><strong>5 สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม หากคุณหรือคนในครอบครัวมีอาการต่อไปนี้ ควรรีบเข้ารับการตรวจโดยจักษุแพทย์</strong></p>

<p>1. มองเห็นแสงฟุ้งหรือรัศมีรอบดวงไฟ โดยเฉพาะเวลากลางคืน</p>

<p>2. มองเห็นภาพซ้อน แม้ปิดตาข้างหนึ่งแล้ว</p>

<p>3. ต้องเปลี่ยนแว่นสายตาบ่อย เพราะมองเห็นไม่ชัดเหมือนเดิม</p>

<p>4. ไวต่อแสงหรือแพ้แสงมากขึ้น ต้องหรี่ตาเมื่อเจอแสงแดดหรือไฟสว่าง</p>

<p>5. การมองเห็นเปลี่ยนไปโดยไม่ทราบสาเหตุ เช่น อ่านหนังสือได้ดีขึ้นชั่วคราว ทั้งที่เคยต้องใส่แว่นสายตายาว</p>

<p>อาการเหล่านี้อาจดูเหมือนไม่รุนแรง แต่หากปล่อยไว้ ความขุ่นของเลนส์ตาจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งการอ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์ การทำงาน และการขับรถ รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้มในผู้สูงอายุ</p>

<p><strong>ปัจจุบันรักษาได้ ไม่ต้องรอให้ &quot;ต้อสุก&quot;&nbsp;</strong></p>

<p>ปัจจุบันการรักษาต้อกระจกมีความปลอดภัยและแม่นยำมากขึ้น โดยใช้เทคนิค Phacoemulsification หรือการสลายต้อกระจกด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ผ่านแผลขนาดเล็ก ร่วมกับการใส่เลนส์แก้วตาเทียมที่เหมาะกับการสภาพดวงตาและการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นเลนส์ระยะเดียว เลนส์หลายระยะ หรือเลนส์แก้สายตาเอียง ทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับมามองเห็นได้ชัดเจน และลดการพึ่งพาแว่นสายตา</p>

<p>นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังใช้เทคโนโลยี <strong>Digital Marker</strong> ซึ่งช่วยให้จักษุแพทย์สามารถอ้างอิงตำแหน่งและแนวแกนสายตาเอียงของผู้ป่วยระหว่างการผ่าตัดได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เทคโนโลยีดังกล่าวมีประโยชน์ในผู้ป่วยที่ต้องใส่เลนส์แก้วตาเทียมชนิดแก้สายตาเอียง (Toric IOL) เนื่องจากการวางเลนส์ให้ตรงกับแนวแกนที่วางแผนไว้เป็นปัจจัยสำคัญต่อการเพิ่มคุณภาพการมองเห็นของผู้ป่วย</p>

<p><strong>EBH โรงพยาบาลตากรุงเทพ ให้บริการรักษาโรคต้อกระจก ภายใต้แนวคิด Personalized Eye Care โดยทีมจักษุแพทย์เฉพาะทาง พร้อมเครื่องมือวินิจฉัยและผ่าตัดที่ทันสมัย ตั้งแต่การตรวจประเมินสุขภาพดวงตา การคำนวณเลนส์แก้วตาเทียมที่แม่นยำ การเลือกใช้เลนส์แก้วตาเทียมที่เหมาะสม ไปจนถึงการติดตามผลหลังผ่าตัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับผลลัพธ์การมองเห็นที่ดีที่สุดและสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ</strong></p>

<p><em>&quot;ต้อกระจกไม่ใช่โรคที่ต้องรอให้มองไม่เห็นแล้วจึงรักษา หากเริ่มมีอาการมองเห็นแสงฟุ้ง ตามัว หรือขับรถกลางคืนลำบาก ควรเข้ารับการตรวจโดยจักษุแพทย์ เพราะการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยให้ผลการรักษาดีและกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้เร็วขึ้น&quot; พญ.เพชรลดา กล่าวทิ้งท้าย</em></p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดฮาลาลโลกจ่อ 3.56 ล้านล้านดอลลาร์ เอ็น.ซี.ซี.–ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ เชื่อมธุรกิจ นวัตกรรมไทยสู่ตลาดโลก]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/544183</link>
<guid isPermaLink="false">fb73ae6d1981c48275b8c952c75dc35e</guid>
<pubDate>Wed, 23 Sep 2026 11:29:51 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://radiochumphae.prd.go.th/cms/s1/u934/ฮาลาล/halal_welcome_Th_.jpg" style="width: 500px; height: 333px;" /></p>

<p><br />
เอ็น.ซี.ซี. จับมือศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เชื่อม Bangkok Halal Expo 2026 กับ Thailand Halal Assembly 2026 ผสานเวทีธุรกิจเข้ากับองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ มาตรฐาน เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อร่วมผลักดันศักยภาพสินค้าและบริการฮาลาลของไทย สร้างความเชื่อมั่น และเชื่อมโยงผู้ประกอบการสู่โอกาสทางการค้า และการลงทุน พร้อมเข้าสู่ตลาดที่มีข้อกำหนดและมาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละประเทศ โดย Bangkok Halal Expo 2026 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2&ndash;4 ธันวาคม พ.ศ. 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ</p>

<p>จากเศรษฐกิจฮาลาลโลกยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าในปี พ.ศ. 2572 การใช้จ่ายของผู้บริโภคมุสลิมใน 6 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ อาหารฮาลาล แฟชั่น การท่องเที่ยว ยาและเวชภัณฑ์ เครื่องสำอาง สื่อและนันทนาการ จะมีมูลค่ารวมประมาณ 3.56 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ฉายภาพโอกาสทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมสินค้าและบริการหลากหลายประเภทที่ประเทศไทยมีศักยภาพ</p>

<p>ดร.พรพิมล มะหะหมัด ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า &ldquo;ประเทศไทยมีจุดแข็งค่อนข้างครบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งภาคเกษตร อาหาร เครื่องสำอาง ยา ผลิตภัณฑ์สุขภาพ แฟชันและสิ่งทอ รวมถึงภาคบริการและการท่องเที่ยว ขณะเดียวกันเราก็มีองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และระบบตรวจสอบที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ฮาลาลได้&rdquo;</p>

<p>&ldquo;สิ่งสำคัญต่อจากนี้คือการเชื่อมองค์ประกอบต่าง ๆ ให้ทำงานร่วมกันเป็นระบบ เริ่มจากวิทยาศาสตร์ (Science) เป็นรากฐานองค์ความรู้ในการวิเคราะห์ทดสอบ นำไปสู่ Innovation เพื่อพัฒนาวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ หรือกระบวนการใหม่ ๆ บูรณาการการใช้ประโยชน์โดยภาคอุตสาหกรรม และสุดท้ายต้องเชื่อมกับตลาด เพื่อส่งมอบคุณค่าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคและแข่งขันได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ&rdquo;</p>

<p>สำหรับ Thailand Halal Assembly (THA) 2026 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 13 ในปีนี้ ภายในงานยังมีการประชุมวิชาการ Halal Science, Industry and Business (HASIB) Conference ครั้งที่ 19 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมและอุตสาหกรรมฮาลาล โดยให้ความสำคัญกับแนวคิด Halal ResiliScience ซึ่งมาจาก Resilience และ Science เพื่อสร้างความเข้มแข็งและความสามารถในการปรับตัวของระบบฮาลาล โดยมีวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ</p>

<p>ดร.พรพิมล กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า &ldquo;Thailand Halal Assembly จะเน้นด้านวิทยาศาสตร์ งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ขณะที่ Bangkok Halal Expo จะเป็นพื้นที่ของผู้ประกอบการ ผลิตภัณฑ์ การค้า และการลงทุน&rdquo;</p>

<p>&ldquo;เมื่อสองส่วนนี้มาอยู่ด้วยกัน ผู้ประกอบการจะได้เห็นว่างานวิจัยหรือเทคโนโลยีอะไรสามารถนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการผลิตของตนเองได้ ขณะเดียวกันนักวิจัยก็จะได้เห็นโจทย์จริงจากภาคอุตสาหกรรมและตลาด นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสให้เกิดการจับคู่ธุรกิจ การสร้างเครือข่ายกับต่างประเทศ และการเปิดตลาดใหม่ให้กับผู้ประกอบการไทย&rdquo;</p>

<p>ด้านนายสุรพล อุทินทุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้บริหารการจัดงาน Bangkok Halal Expo 2026 กล่าวว่า &ldquo;เมื่อประเทศไทยมีทั้งศักยภาพด้านการผลิต องค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และมาตรฐานที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับสินค้าและบริการแล้ว อีกโจทย์สำคัญคือการนำศักยภาพเหล่านี้ไปเชื่อมต่อกับตลาด ขณะเดียวกันก็ต้องทำให้สินค้าและบริการของไทยมีความพร้อมบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์และมาตรฐาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และพร้อมเข้าสู่ตลาดที่มีข้อกำหนดและมาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละประเทศ &rdquo;</p>

<p>&ldquo;Bangkok Halal Expo จึงทำหน้าที่เป็น Business Platform เชื่อมผู้ประกอบการ สินค้า บริการ และศักยภาพการผลิตของไทยกับผู้ซื้อ ผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย ผู้ค้าปลีก นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ&rdquo;</p>

<p>&ldquo;ในปี พ.ศ. 2569 เราตั้งเป้าหมายผู้เข้าร่วมงานกว่า 10,000 คน การจัดแสดงประมาณ 150&ndash;200 บูธ และการเจรจาธุรกิจไม่น้อยกว่า 1,000 คู่เจรจา พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ซื้อและพันธมิตรทางธุรกิจจากกว่า 30 ประเทศ โดยเฉพาะตลาด OIC อาเซียน BIMSTEC และตลาดศักยภาพอื่นๆ โดยความร่วมมือกับ สมาคมการค้านักธุรกิจมุสลิมไทย (TMTA) และได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) สถาบันอาหาร (NFI) สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดตะวันออกกลาง (TME)&rdquo;<br />
&ldquo;ความร่วมมือกับ Thailand Halal Assembly จึงเป็นการเชื่อมองค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม การผลิตและมาตรฐานเข้ากับตลาด เพื่อสร้าง Market Access ให้กับผู้ประกอบการไทย นำไปสู่คู่ค้าใหม่ ตลาดใหม่ การลงทุน และ Business Pipeline ที่สามารถต่อยอดได้หลังจากจบงาน&rdquo;</p>

<p>เพื่อความสะดวก สามารถลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้าได้ที่ https://evcnx.co/pZwG<br />
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www. bangkokhalalexpo.com<br />
และเฟซบุ๊ก Bangkok Halal Expo</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[กรมพัฒนาที่ดิน เปิด “วิหารแห่งดิน” นิทรรศการสุดสร้างสรรค์ เรียนรู้โลกใต้ดิน รู้จัก เข้าใจ สัมผัสประสบการณ์ดินสุขภาพดี ในงาน Toyota Farm Expo 2026 ]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/544180</link>
<guid isPermaLink="false">83d88f121864b6131ddf52cd33c99be8</guid>
<pubDate>Wed, 23 Sep 2026 11:26:10 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;กรมพัฒนาที่ดิน ขอเชิญชวนเกษตรกร นักวิชาการ นักเรียน นักศึกษา ผู้ประกอบการ หน่วยงานรัฐและเอกชน และประชาชนทั่วไป เข้ารับชมนิทรรศการ <strong>&ldquo;วิหารแห่งดิน (Soil Pavilion)&rdquo;</strong> ในงานมหกรรมการเกษตร โตโยต้า&nbsp;ฟาร์ม เอ็กซ์โป 2026 (Toyota Farm Expo 2026) ณ ฮอลล์ 5-8 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ระหว่างวันที่ 24 - 27 กันยายน 2569 ภายใต้แนวคิด <strong>&ldquo;Healthy Soil for Future Sustainability : ดินสุขภาพดี เพื่ออนาคตยั่งยืน&rdquo;</strong> นำเสนอเรื่องราวของ <strong>&ldquo;ดิน&rdquo;</strong> ผ่านการผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี และกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ เพื่อให้ผู้เข้าชมเข้าใจความสำคัญของดินในฐานะรากฐานของการผลิตอาหาร คุณภาพชีวิต และความมั่นคงของประเทศ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เรื่องราวเริ่มจาก <strong>&ldquo;การกำเนิดดินและพัฒนาการของชั้นดิน&rdquo;</strong> ผ่านจอดิจิทัล LED Square ถ่ายทอดกระบวนการเกิดดินและการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ ก่อนพาผู้ชมเข้าสู่โลกใต้ดินผ่าน Animation <strong>&ldquo;ชีวิตในดิน&rdquo;</strong> เพื่อทำความเข้าใจองค์ประกอบของดิน สิ่งมีชีวิตในดิน และปัจจัยที่บ่งชี้ถึง <strong>&ldquo;สุขภาพดิน&rdquo;</strong> และวันดินโลกเพื่อสื่อสารเพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของดิน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;จากนั้นเชื่อมโยงสู่สถานการณ์และปัญหาดินของประเทศไทย โดยผู้เข้าชมจะได้สัมผัสโมเดลดินปัญหาและดินดี ได้แก่ ดินเปรี้ยวจัด ดินเค็ม ดินตื้น ดินทรายจัด ดินอินทรีย์ ดินชะล้าง และดินดำ (Black Soil) พร้อมเรียนรู้ลักษณะ สาเหตุ และแนวทางจัดการดินที่เหมาะสม ผ่าน VDO และบอร์ดนิทรรศการ รวมถึงการนำเสนอ <strong>&ldquo;ดินดี-ดินเสื่อม&rdquo;</strong> ที่ช่วยให้เห็นความแตกต่างและแนวทางฟื้นฟูดินอย่างเป็นรูปธรรม<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ต่อยอดจากองค์ความรู้สู่ <strong>&ldquo;ต้นแบบการจัดการดิน&rdquo;</strong> ผ่าน Projection Mapping ทั้งแนวพระราชดำริด้านการพัฒนาที่ดินและการจัดการทรัพยากรดินในระดับพื้นที่ สะท้อนการประยุกต์ใช้ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน ไฮไลท์สำคัญคือการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชม <strong>&ldquo;เรียนรู้และลงมือทำจริง&rdquo; </strong>ผ่าน Workshop ตรวจดินพร้อมรับคำปรึกษา ปรุงดินด้วยตนเอง และเรียนรู้เทคโนโลยีชีวภาพทางดิน อาทิ สารเร่งซุปเปอร์ พด. พร้อมรับคำแนะนำเพื่อนำไปใช้ได้จริงตลอดเส้นทางนิทรรศการ ผู้เข้าชมสามารถเชื่อมต่อองค์ความรู้ผ่านระบบดิจิทัล <strong>&ldquo;น้องดินดี&rdquo;</strong> รวมถึงระบบลงทะเบียนและประเมินผล พร้อมกิจกรรมถ่ายภาพและของที่ระลึกจากดิน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ทั้ง <strong>&ldquo;ได้รู้ ได้สัมผัส ได้ทดลอง และนำกลับไปใช้&rdquo;</strong> นิทรรศการจึงเป็นเส้นทาง <strong>&ldquo;รู้จักดิน เข้าใจดิน เห็นปัญหา รู้วิธีจัดการ ลงมือดูแลดิน&rdquo; </strong>เพื่อสร้างความตระหนักว่าการมีดินสุขภาพดี คือรากฐานสำคัญของอาหาร คุณภาพชีวิต และอนาคตที่ยั่งยืน</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[จากดินเสื่อมโทรม สู่แหล่งผลิตอาหารปลอดภัย กรมพัฒนาที่ดินพลิกฟื้นฟาร์มตัวอย่างฯ หนองลาด ต้นแบบการพัฒนาดินสู่เกษตรยั่งยืน]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/544179</link>
<guid isPermaLink="false">c75248c983c80abca65336235a393e97</guid>
<pubDate>Wed, 23 Sep 2026 11:25:44 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;จากพื้นที่ดินเสื่อมโทรมที่เคยประสบปัญหาด้านการเพาะปลูก ปัจจุบันโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ (หนองลาด) ตำบลท่าข้าม อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี ได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งผลิตอาหารปลอดภัย และแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรที่สร้างรายได้ให้กับชุมชน สะท้อนให้เห็นว่าการฟื้นฟูดินอย่างถูกวิธีสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรได้อย่างเป็นรูปธรรม</strong></p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นางสาวสุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน </strong>เปิดเผยว่า กรมพัฒนาที่ดิน โดยสถานีพัฒนาที่ดินสิงห์บุรี ได้ดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ภายในโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ (หนองลาด) อย่างต่อเนื่อง โดยนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการพัฒนาที่ดินมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาดินเสื่อมโทรมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตร ทั้งการผลิตปุ๋ยหมักจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรด้วยสารเร่งซุปเปอร์ พด.1 การผลิตน้ำหมักชีวภาพด้วยสารเร่งซุปเปอร์ พด.2 การปลูกพืชปุ๋ยสดเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน เช่น ปอเทือง แล้วไถกลบ รวมถึงการตรวจวิเคราะห์ดิน เพื่อให้เกษตรกรสามารถวางแผนการใช้ปุ๋ยและการจัดการดินได้อย่างเหมาะสม ผลจากการดำเนินงานทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น สามารถปลูกพืชผัก ไม้ผลและพืชการเกษตรได้ภายในโครงการฯ&nbsp;ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดการใช้สารเคมี ลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค นอกจากนี้ ยังพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญในการส่งเสริมการเกษตรตามแนวพระราชดำริ โดยบูรณาการความร่วมมือจากหลายหน่วยงานซึ่งเปิดโอกาสให้เกษตรกรและประชาชนเข้ามาศึกษาและนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง&nbsp;เพื่อช่วยเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชน ทั้งในด้านอาชีพ ความมั่นคงทางอาหาร และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>นายรุ่งเรือง ไชยมงคล ผู้จัดการโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ (หนองลาด) </strong>กล่าวว่า จากพื้นที่ดินเสื่อมโทรมในอดีต ปัจจุบันได้พัฒนาเป็นแปลงเกษตรที่สามารถสร้างผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดินมีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับการเพาะปลูกพืชผัก ไม้ผล และนาข้าว ส่งผลให้ผลผลิตภายในฟาร์มตัวอย่างฯ มีความปลอดภัย สร้างรายได้หมุนเวียนให้แก่เกษตรกรและชุมชน&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ความสำเร็จของโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ (หนองลาด) จังหวัดสิงห์บุรี แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการดินอย่างเหมาะสมเป็นแนวทางที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการผลิตปุ๋ยหมัก การใช้วัสดุอินทรีย์ การปลูกพืชปุ๋ยสด หรือการตรวจวิเคราะห์ดิน ซึ่งล้วนเป็นวิธีการที่ช่วยฟื้นฟูทรัพยากรดิน ควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นคงทางอาหารและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จับมือ พมจ.สมุทรปราการ เดินหน้าช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง สานต่อแนวคิด "From Waste to Welfare" ส่งต่อคุณค่าสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/544177</link>
<guid isPermaLink="false">483583e91bb32b268620ff3a502b6c66</guid>
<pubDate>Wed, 23 Sep 2026 11:24:47 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>สมุทรปราการ - 9 กันยายน 2569 บริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด (EEP) ร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรปราการ (พมจ.สมุทรปราการ) ลงพื้นที่ส่งมอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ระหว่างวันที่ 7 และ 9 กันยายน 2569 ในพื้นที่ตำบลนาเกลือ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ และตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ พร้อมดำเนินโครงการปรับปรุงสุขอนามัยและความปลอดภัย ด้วยการติดตั้งราวจับภายในห้องน้ำให้แก่กลุ่มเปราะบางในพื้นที่ตำบลปากน้ำ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและเพิ่มความสะดวกในการดำเนินชีวิตประจำวัน</p>

<p>นายอบีนาช มาจี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด กล่าวว่า</p>

<p>&quot;EEP เชื่อว่าการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนต้องเติบโตไปพร้อมกับสังคมและชุมชน โดยยึดหลัก EEP Model &#39;SUCCESS Together&#39; และแนวคิด &#39;ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&#39; หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาสร้างคุณค่าทางสังคม ผ่านโครงการ &#39;ขยะกำพร้า จากภาระสู่พลังงาน - From Waste to Welfare&#39; เพื่อเปลี่ยนขยะให้เกิดประโยชน์และส่งต่อคุณค่ากลับคืนสู่สังคม การร่วมมือกับ พมจ.สมุทรปราการในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำคุณค่าที่สร้างขึ้นไปช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบางอย่างเป็นรูปธรรม&quot;</p>

<p>EEP ให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน โดยมุ่งสร้างทั้ง คุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมและคุณค่าด้านสังคมควบคู่กัน ภายใต้แนวคิด &quot;SUCCESS Together&quot; เพื่อให้การเติบโตขององค์กรสามารถสร้างประโยชน์และส่งต่อคุณค่ากลับคืนสู่สังคมได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส รับมอบโล่เกียรติคุณต่อเนื่องปีที่ 3 ตอกย้ำความร่วมมือกับหน่วยงานสังกัด บช.ก.]]></title>
<link>https://radiochumphae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/544176</link>
<guid isPermaLink="false">8389664e43fc625fddd32bf4ede94600</guid>
<pubDate>Wed, 23 Sep 2026 11:24:27 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ ประเทศไทย &ndash; เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ผู้ให้บริการขนส่งพัสดุด่วนและโลจิสติกส์ชั้นนำระดับโลก นำโดย ดร.สุธีมนต์ อักเกอร์เวล ประธานบริษัท เป็นผู้แทนรับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณจากกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) และ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) สังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ในฐานะองค์กรเอกชนที่ปฏิบัติตามกฎหมายและสนับสนุนภารกิจของหน่วยงานภาครัฐ เนื่องในโอกาสครบรอบ 78 ปี วันสถาปนากองบังคับการปราบปราม เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 และเนื่องในโอกาสครบรอบ 17 ปี วันสถาปนากองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ณ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เป็นหน่วยงานในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) โดย บก.ป. มีภารกิจหลักในการสืบสวน สอบสวน ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ขณะที่ บก.ปอท. มีภารกิจในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ทั้งนี้ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ให้ความร่วมมือและสนับสนุนภารกิจของหน่วยงานดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการประสานงานและให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพัสดุที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ตลอดจนส่งเสริมให้บุคลากรปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งและเทคโนโลยี</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>การรับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณทั้งสองรายการในปีนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของเจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ พร้อมสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ผ่านการประสานงาน การให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพัสดุ และการส่งเสริมการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตอกย้ำบทบาทของภาคเอกชนในการร่วมสนับสนุนภาครัฐด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งและเทคโนโลยี พร้อมร่วมส่งเสริมความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทยอย่างยั่งยืน</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>--------------</p>

<p>เกี่ยวกับ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส</p>

<p>เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส (HKEX: 1519) เป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ระดับโลก ทำธุรกิจให้บริการขนส่งพัสดุด่วน ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และได้รับความนิยมเป็นอย่างดีในเอเชียตะวันออกเอียงใต้และจีน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2558 ปัจจุบันมีเครือข่ายครอบคลุม 13 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย เวียคนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย กัมพูชา สิงคโปร์ จีน ชาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เม็กซิโก บราชิล และอียิปต์ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ยึดมั่นในพันธ กิจ &quot;มุ่งเน้นที่ลูกค้า โดยมีประสิทธิภาพเป็นรากฐาน&quot; โดยมุ่งให้บริการด้วยโซลูซันโลจิสติกส์แบบครบวงจร ผ่านโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายโลจิสติกส์ดิจิทัลที่มีความชาญฉลาด เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและคุณประโยชน์ทางโลจิสติกส์สู่สังคมโลก</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่างๆ ของ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย ผ่านทาง</p>

<p>เว็บไซต์: www.jtexpress.co.th</p>

<p>เฟสบุ๊ค: J&amp;T Express Thailand</p>

<p>อินสตาแกรม: @jntexpressth</p>

<p>เอ็กซ์: @jntexpressth</p>

<p>ติ๊กต๊อก: @jntexpressth&nbsp;</p>

<p>และแอปพลิเคชัน J&amp;T Thailand รวมถึงสอบถามข้อมูลผ่านทาง Call center ที่เบอร์ 1470&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>--------------</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
</item>
</channel>
</rss>
