บทสรุป
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ซึ่งอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ให้ลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซล B7 และ B20 ลง 2 บาทต่อลิตร ถือเป็นครั้งแรกในการนำ พ.ร.ก. ดังกล่าวมาใช้ โดยยังใช้สูตรอ้างอิงราคาตลาดกลางสิงคโปร์ แต่เป็นแบบ Singapore Discount คือมีการหักลบผลประโยชน์ส่วนเกินลงมา 2 บาทต่อลิตร จากเดิมที่จะอ้างอิงราคาสิงคโปร์ทั้ง 100% ซึ่งหลังออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา คาดว่าจะประกาศได้ภายในวันที่ 8 เมษายน 2569 จะประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เพื่อพิจารณาแนวทางการลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลต่อไป หากส่งผ่านได้ทั้ง 100% จะทำให้ราคาหน้าปั๊มลดลงได้ราว 2.14 บาทต่อลิตร ยืนยันว่าการพิจารณาลดค่าการกลั่นเป็นไปอย่างรอบคอบและเป็นธรรมไม่กระทบต่อสภาพคล่องหรือศักยภาพของโรงกลั่น หลังจากนี้จะมีการพิจารณาค่าการกลั่นทุกสัปดาห์ อีกทั้งรัฐบาลมีนโยบายลดการพึ่งพาทั้งน้ำมันดิบ ก๊าซ สนับสนุนเชื้อเพลิงชีวภาพที่คนไทยผลิตได้เอง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างประสานสถานีติดตั้งหัวจ่ายดีเซล B20 ให้รถบรรทุก ภายในวันที่ 20 เมษายน 2569 ให้มีปริมาณหัวจ่ายบนถนนสายหลักทุก 100 กิโลเมตร เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ สำหรับปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ ขณะนี้มีเพียงพอกับความต้องการใช้ประมาณ 105 วัน สำหรับข้อกังวลเรื่องการลักลอบส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ได้ส่ง “ทีมสุดซอย” ร่วมบูรณาการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบและจับกุมผู้กระทำผิดทันที ยืนยันน้ำมันที่ผลิตทุกหยดในประเทศไทยต้องอยู่ในประเทศไทย และต้องไม่มีการกักตุนเก็งกำไร
รายละเอียด
(7 เม.ย. 69) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผย ผลการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่าเนื่องจากผลการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) พบว่า ในเดือนมีนาคม 2569 ค่าการกลั่นพุ่งสูงขึ้นมากและต่อเนื่องถึงเดือนเมษายน ซึ่งถือว่าปรับสูงขึ้นผิดปกติ กบง. จึงอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ให้อำนาจนายกรัฐมนตรี และ กบง. ในการควบคุมราคาน้ำมัน ค่าการกลั่น และการจัดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อแก้ไขวิกฤตพลังงานและป้องกันการขาดแคลนในประเทศ ที่ประชุม กบง. จึงมีมติให้ลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซล B7 และ B20 ลง 2 บาทต่อลิตรเป็นครั้งแรก
โดยยังใช้สูตรอ้างอิงราคาตลาดกลางสิงคโปร์ แต่เป็นแบบ Singapore Discount คือราคาอ้างอิงสิงคโปร์แต่มีการหักลบผลประโยชน์ส่วนเกินลงมา 2 บาทต่อลิตร จากเดิมที่จะอ้างอิงราคาสิงคโปร์ทั้ง 100% ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นสถานการณ์วิกฤต ราคาดีเซลสำเร็จรูปสิงคโปร์ปรับตัวสูงขึ้นมากเกินกว่าปกติ และเพิ่มขึ้นสูงกว่าการปรับตัวของราคาน้ำมันดิบมาก โดยเบื้องต้นราคาหน้าโรงกลั่นจะลดลง 2 บาทต่อลิตร และจะมีการพิจารณาทบทวนทุกสัปดาห์ตามสถานการณ์และการรายงานตัวเลขจริงของโรงกลั่น
ทั้งนี้ หลังออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา คาดว่าจะประกาศได้ภายในวันที่ 8 เมษายน 2569 จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เพื่อพิจารณาว่าจะสามารถนำไปสู่การลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลต่อไปอย่างไร หากส่งผ่านได้ทั้ง 100% จะทำให้ราคาหน้าปั๊มลดลงได้ราว 2.14 บาทต่อลิตร อย่างไรก็ตาม กบน. อาจพิจารณาจูงใจให้ส่วนลดกับ B20 สูงกว่าเพื่อเป็นการสนับสนุนเชื้อเพลิงชีวภาพ
นายเอกนัฏ ยังกล่าวอีกว่า กบง. ใช้อำนาจที่มีลดราคาหน้าโรงกลั่น ซึ่งเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เนื่องจากขณะนี้อยู่ในภาวะวิกฤตขาดแคลนน้ำมัน ต้องพูดตรงไปตรงมา ไม่อยากให้เกิดการขาดแคลน แต่ยังโชคดีที่มีโรงกลั่นสามารถนำน้ำมันดิบมากลั่นใช้ในประเทศได้ และได้เตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่แย่ที่สุดไว้ โดยพยายามออกมาตรการทุกอย่างเรื่องการประหยัด ส่วนการตรึงราคาจะทำแบบมีวินัย และเพิ่มกลไกการลดราคาหน้าโรงกลั่นเข้ามาช่วยลดภาระกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงจะช่วยป้องปรามการเก็งกำไรจากการอ้างอิงราคาสิงคโปร์เพียงอย่างเดียวด้วย ยืนยันว่าการพิจารณาลดค่าการกลั่นเป็นไปอย่างรอบคอบและเป็นธรรมไม่กระทบต่อสภาพคล่องหรือศักยภาพของโรงกลั่น เชื่อว่าโรงกลั่นยังมีกำไรแต่อาจลดลงแต่หากลดแล้วโรงกลั่นใดประสบปัญหาสามารถหารือกับปลัดกระทรวงแรงงานได้
วันนี้ประเทศไทยต้องลดการพึ่งพาทั้งน้ำมันดิบและก๊าซ โดยรัฐบาลสนับสนุนเชื้อเพลิงชีวภาพที่คนไทยผลิตได้เอง ช่วยทำให้เกษตรกรได้มีรายได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างประสานสถานีติดตั้งหัวจ่ายดีเซล B20 ให้รถบรรทุก ภายในวันที่ 20 เมษายน 2569 ให้มีปริมาณหัวจ่ายบนถนนสายหลักทุก 100 กิโลเมตร หรือประมาณ 100 ปั๊ม เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ
ส่วนข้อกังวลเรื่องการลักลอบส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้านหลังราคาน้ำมันในไทยลดลง ได้ส่ง “ทีมสุดซอย” ร่วมบูรณาการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบและจับกุมผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวดทันที ยืนยันน้ำมันที่ผลิตทุกหยดในประเทศไทยต้องอยู่ในประเทศไทย และต้องไม่มีการกักตุนเก็งกำไร นอกจากนี้ยังเน้นย้ำการนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ ของกระทรวงพลังงาน ที่ต้องช่วยให้เกิดความโปร่งใส และเป็นข้อมูลที่ประชาชนสามารถช่วยกันตรวจสอบได้
อีกทั้งคณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ยังได้มีมติตรึงราคา ขายปลีกน้ำมันดีเซล โดยเพิ่มอัตราเงินชดเชย น้ำมันดีเซล B7 ปรับเพิ่มอัตราเงินชดเชย 0.44 บาทต่อลิตร จาก 18.10 บาทต่อลิตร เป็น 18.54 บาทต่อลิตร และน้ำมันดีเซล B20 ปรับเพิ่มอัตราเงินชดเชย 0.48 บาทต่อลิตร จาก 19.61 บาทต่อลิตร เป็น 20.09 บาทต่อลิตร
นอกจากนี้กระทรวงพลังงาน ยังได้รายงานสถานการณ์ด้านพลังงานของประเทศไทยจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลก และกดดันอุปทานพลังงานโลกผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบผันผวนอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ เพียงพอกับความต้องการใช้ประมาณ 105 วัน โดยเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 18 วัน น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง 33 วัน และน้ำมันที่ได้รับการยืนยันในการจัดหาแล้ว 29 วัน สำหรับราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ 50.54 บาทต่อลิตร ขณะที่มาเลเซีย เวียดนาม กัมพูชา ลาว ฟิลิปปินส์ เมียนมา สิงคโปร์ อยู่ที่ 50.38 - 118.82 บาทต่อลิตร ส่วนสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 7 เมษายน 2569 ติดลบ 56,229 ล้านบาท โดยมีการชดเชยน้ำมันดีเซลวันละประมาณ 1,473 ล้านบาท